กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ ภาคเอกชน ยกระดับมาตรฐานตรวจวิเคราะห์ไมทราไจนีน สนับสนุนกระท่อมไทยสู่ตลาดโลก

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
3,995
28 มกราคม 2568

 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ ภาคเอกชน ยกระดับมาตรฐานตรวจวิเคราะห์ไมทราไจนีน สนับสนุนกระท่อมไทยสู่ตลาดโลก

 

วันนี้ (28 มกราคม 2568) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าว “ความร่วมมือกับภาคเอกชนในการยกระดับมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์สารไมทราไจนีน (Mitragynine) ในใบกระท่อม” โดยมี นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายพรชัย ปัทมินทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดร.กระท่อม ไบโออ์ จำกัด (Dr.Kratom Bio) เภสัชกรหญิงศิริวรรณ ชัยสมบูรณ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักยาและวัตถุเสพติด นายสันตกิจ นิลอุดมศักดิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสมุนไพร นางวิชาดา จงมีวาสนา ผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร นายอัศวชัย ช่วยพรหม ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา และนางสาวนิตยา เพียรทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12/1 ตรัง ร่วมแถลงข่าว ณ ห้องประชุม 110  ชั้น 1 อาคาร 100 ปี การสาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จ.นนทบุรี

นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ดร.กระท่อม ไบโออ์ จำกัด ในเครือ บริษัท ดร.ซีบีดี จำกัด รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนต่างๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์สารไมทราไจนีนในใบกระท่อม ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาคุณภาพผลผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดส่งออก และสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการสร้างมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารไมทราไจนีนให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยใช้ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล สำหรับห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบ เพื่อรับประกันความถูกต้อง แม่นยำ และความน่าเชื่อถือของผลการตรวจวิเคราะห์ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันยกระดับการตรวจวิเคราะห์คุณภาพมาตรฐานใบกระท่อมไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล มีการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคนิคการตรวจวิเคราะห์ เพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องและน่าเชื่อถือของผลการตรวจวิเคราะห์ในทุกขั้นตอน และสร้างระบบฐานข้อมูลที่ทันสมัย มีระบบการรับรองผลการตรวจวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการนำไปใช้ในระดับสากลต่อไป

   

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยและตรวจวิเคราะห์ไมทราไจนีนในใบกระท่อมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดทำมาตรฐานวัตถุดิบใบพืชกระท่อมของประเทศไทย เผยแพร่ในตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย หรือ Thai Herbal Pharmacopoeia ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 รวมทั้งได้ดำเนินโครงการความร่วมมือระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เพื่อจัดทำสารมาตรฐานไมทราไจนีนความบริสุทธิ์สูง (มากกว่า 99%) และจัดทำเป็นสารละลายมาตรฐานความเข้มข้น 1.0501 mg/ml เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน มีราคาถูกกว่าสารมาตรฐานจากต่างประเทศ 3 เท่า สามารถลดการนำเข้าได้ไม่น้อยกว่า 7 ล้านบาทต่อรุ่นการผลิต เริ่มเปิดให้บริการ มกราคม พ.ศ.2568  นอกจากนี้ ยังเปิดให้บริการตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารไมทราไจนีน ในวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากใบกระท่อม ประกอบด้วย การตรวจวิเคราะห์ปริมาณสารไมทราไจนีน การตรวจวิเคราะห์ปริมาณความชื้น การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนโลหะหนัก ได้แก่ แคดเมียม ตะกั่ว สารหนู และปรอท การตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนยาฆ่าแมลง และการตรวจวิเคราะห์สารพิษจากเชื้อรา ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์กระท่อมของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์ทั้งภายในประเทศ และการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สามารถสอบถามรายละเอียดหรือส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ได้ที่ศูนย์รวมบริการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 0 2951 0000 ต่อ 99968 หรือศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ

      

ด้าน นายพรชัย ปัทมินทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดร.กระท่อม ไบโออ์ จำกัด (Dr.Kratom Bio)  กล่าวเสริมว่า บริษัท ดร.กระท่อม ไบโออ์ จำกัด ในเครือ บริษัท ดร.ซีบีดี จำกัด เป็นผู้ประกอบการ ธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ ที่ให้บริการครบวงจร โดยมุ่งเน้นในการวิจัย พัฒนา ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดจากกัญชา กัญชง และกระท่อมในระดับมาตรฐานทางการแพทย์ ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2565 ในการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้มีคุณภาพมาตรฐาน มีความปลอดภัย สามารถสร้างนวัตกรรมสมุนไพรที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายในระดับนานาชาติ (global network)ของบริษัท  พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการผลักดันพืชกระท่อมให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในตลาดโลกอย่างยั่งยืน  และได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในด้านการพัฒนามาตรฐานการตรวจวิเคราะห์และการศึกษาวิจัยพืชกระท่อมในประเทศไทย ดังนั้น ความร่วมมือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลทั้งต่อเกษตรกรผู้ปลูกกระท่อม และผู้ประกอบการที่จะได้รับการรับรองคุณภาพผลผลิต สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดส่งออก มีมาตรฐานอ้างอิงในการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ สร้างความน่าเชื่อถือแก่คู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ ลดอุปสรรคทางการค้า ทำให้สามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกพืชสมุนไพร สร้างรายได้เข้าประเทศอย่างต่อเนื่องตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ.2568 ช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคเกษตรกรรมและธุรกิจเพื่อสุขภาพของประเทศไทย  

 28 มกราคม 2568

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์