กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประชุมผู้ประกอบการนำเข้าวัคซีน ชีววัตถุ และผู้ผลิตภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนางานควบคุมคุณภาพวัคซีนและชีววัตถุของประเทศ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
811
19 ธันวาคม 2567
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประชุมผู้ประกอบการนำเข้าวัคซีน ชีววัตถุ และผู้ผลิตภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนางานควบคุมคุณภาพวัคซีนและชีววัตถุของประเทศ 
 
วันที่ 19 ธันวาคม 2567 นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมร่วมผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อการพัฒนางานสถาบันชีววัตถุ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมี นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นางสายวรุฬ จดูรกิตตินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันชีววัตถุ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้แทนจากบริษัทผู้นำเข้าวัคซีน ชีววัตถุ ผู้ผลิตในประเทศทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งบุคลากรสถาบันชีววัตถุ จำนวน 140 คน ณ ห้องประชุม 110 อาคาร 100 ปี การสาธารณสุขไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดนนทบุรี
 
นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า  สถาบันชีววัตถุ มีบทบาทหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพวัคซีนและชีววัตถุของประเทศ ซึ่งหน่วยงานได้พัฒนาขีดสมรรถนะและความทันสมัยในการตอบสนองต่อปัญหาทางการแพทย์ และสาธารณสุข ตามหลักธรรมาภิบาล ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน มาร่วมรับรู้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ เพื่อสร้างความโปร่งใส เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพการบริการของหน่วยงานภาครัฐให้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน เป็นการตอบสนองความพึงพอใจของทุกภาคส่วน 
 
 
สำหรับการประชุมร่วมระหว่างผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสถาบันชีววัตถุ ได้มีการจัดขึ้นทุกปี เพื่อเป็นการสื่อสารแบบสองทางในการพัฒนางานควบคุมคุณภาพวัคซีนและชีววัตถุ  การนำเสนอผลการดำเนินงานของสถาบันชีววัตถุ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี นอกจากนี้สถาบันฯ ได้มีการให้ความรู้เรื่องการขอรับรองรุ่นการผลิต การแก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนตำรับวัคซีนและชีววัตถุ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น สอบถาม รวมถึงความคาดหวังและข้อเสนอแนะเชิงพัฒนางานบริการ การปรับปรุงงานให้สามารถตอบสนองความต้องการ ความคาดหวัง ความพึงพอใจได้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญเพื่อให้ประชาชนได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการสถาบันชีววัตถุอีกด้วย
 
นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานที่มีงานบริการ ทำการปรับลดระยะเวลาการตรวจวิเคราะห์ทุกรายการที่ให้บริการ เพื่อส่งเสริมสนับสนุน ภาคธุรกิจของไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า และเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างยั่งยืน  โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่สถาบันชีววัตถุ สามารถลดระยะเวลาการตรวจได้ตามนโยบายของกรมฯ ร้อยละ 30-50 ได้แก่ 1.บริการออกหนังสือรับรองรุ่นการผลิตชีววัตถุ สำหรับมนุษย์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ จำนวน 41 ผลิตภัณฑ์ และ 2. การตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ชีววัตถุ ประกอบการขึ้นทะเบียน ประกอบการประมูล ลูกโซ่ความเย็น และอื่นๆ จำนวน 31 ผลิตภัณฑ์
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์