กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนาระบบการจัดเก็บทรัพยากรชีวภาพ จัดตั้งธนาคารทรัพยากรชีวภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 20387: 2018

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,773
28 ตุลาคม 2567

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดตั้งธนาคารทรัพยากรชีวภาพ ดำเนินการบริหารระบบธนาคารทรัพยากรชีวภาพ ตามมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ โดยการจัดเก็บตัวอย่างและข้อมูลทางชีวภาพที่เกี่ยวข้อง มีข้อกำหนดที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน เพื่อจัดการกับทรัพยากรชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความน่าเชื่อถือ จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยธนาคารทรัพยากรชีวภาพที่ผ่านการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO 20387: 2018 ของสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ โดยมีขอบเขตที่ได้รับการรับรองจำนวน 4 รายการ ได้แก่ สารพันธุกรรมชนิด DNA, เลือดครบส่วน (Whole blood), บัฟฟี่โค้ต (Buffy coat) และพลาสมา (Plasma)

 

 

 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย พ.ศ. 2563-2567 รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณในการดำเนินการวงเงิน 4,470 ล้านบาท โดยในแผนงานดังกล่าวมีโครงการสำคัญ อาทิ การถอดรหัสพันธุกรรมผู้ป่วยชาวไทยใน 5 โรคสำคัญ ได้แก่ 1.โรคหายากหรือโรควินิจฉัยยาก 2.โรคมะเร็ง 3.โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 4.โรคติดเชื้อ และ 5.โรคทางเภสัชพันธุศาสตร์ จำนวนรวม 50,000 ราย การสร้างศูนย์ข้อมูลจีโนมแห่งชาติ และการสร้างศูนย์ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ เนื่องจากตัวอย่างสารพันธุกรรมที่จะนำไปทำการถอดรหัสพันธุกรรมมนุษย์ทั้งจีโนม จำนวน 50,000 ราย เป็นตัวอย่างที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก และต้องการการบริหารจัดการที่ดี ตั้งแต่การรับตัวอย่าง การสกัดตัวอย่างที่ใช้เกณฑ์กำหนดมาตรฐานให้ตัวอย่างที่มีคุณภาพสูง สามารถนำไปทำการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมได้ คณะอนุกรรมการกำกับทิศทางแผนงานวิจัยจีโนมิกส์ประเทศไทยและภาคีเครือข่ายการวิจัยและการบริการภายใต้แผนฯ จึงเห็นชอบให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ เป็นผู้รับบริหารจัดการตัวอย่างของโครงการแบบรวมศูนย์ ซึ่งหมายรวมถึงการบริหารจัดการตัวอย่าง การสกัดสารพันธุกรรม และการเก็บรักษาตัวอย่างตั้งต้นและตัวอย่างสารพันธุกรรมทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยตัวอย่างสารพันธุกรรมชนิด DNA, เลือดครบส่วน (whole blood), บัฟฟี่โค้ต (Buffy coat) และพลาสมา (Plasma)

สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เล็งเห็นความสำคัญของระบบการจัดเก็บทรัพยากรชีวภาพ จึงจัดตั้งธนาคารทรัพยากรชีวภาพ Biobank ตามระบบมาตรฐาน ISO 20387: 2018 ซึ่งเป็นมาตรฐานการเก็บตัวอย่างทรัพยากรชีวภาพแบบมาตรฐานสากล โดยมีขอบเขตที่ได้รับการรับรอง 4 รายการ คือสารพันธุกรรมชนิด DNA, เลือดครบส่วน (Whole blood), บัฟฟี่โค้ต (Buffy coat) และพลาสมา (Plasma) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 และได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 20387:2018 วันที่ 14 สิงหาคม 2567 

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า ในปี 2568 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะขยายขอบข่ายขอการรับรอง ISO 20387: 2018  ในธนาคารชีวภาพ นั้นเป็นคลังจัดเก็บตัวอย่างหยดเลือดแห้งบนกระดาษซับ และคลังผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง เช่น ผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัดชนิด Dendritic cells (เซลล์เด็นไดรติค) เซลล์บำบัดชนิด Cytokine-induced killer cells (เซลล์เม็ดเลือดขาวคิลเลอร์เซลล์ที่ถูกชักนำด้วยไซโตไคน์) เซลล์ Mesenchymal stem cells (เซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์) และ เซลล์ induced Pluripotent Stem Cells (เซลล์ต้นกำเนิดที่ได้จากการเหนี่ยวนำเซลล์ร่างกายที่เจริญเต็มที่แล้ว) สำหรับใช้ในการศึกษาวิจัยและพัฒนาวิธีรักษาผู้ป่วย สำหรับการนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในอนาคต สามารถนำทรัพยากรชีวภาพทางการแพทย์ที่มีอยู่ไปศึกษาวิจัยจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาคุณลักษณะพื้นฐานของเชื้อก่อโรค การตรวจวินิจฉัย รักษาโรค รวมทั้งการพัฒนาวัคซีนของหน่วยงานวิจัยต่างๆ ในประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเปิดให้บริการสกัดสารพันธุกรรม จัดเก็บทั้งในระยะสั้นระยะยาว รวมทั้งการร่วมมือกับภาคเอกชน ใช้ข้อมูลในการทดสอบ และพัฒนาอุตสาหกรรมยา เภสัชกรรม 

“ทั้งนี้ ธนาคารทรัพยากรชีวภาพ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีระบบการรักษาความลับและการถ่ายโอนข้อมูลอย่างเข้มงวดและรัดกุม เป็นไปตามมาตรฐานสากลและยึดมั่นในจริยธรรมการวิจัย เป็นการบริหารจัดการการเก็บและเพิ่มมูลค่าตัวอย่างทางชีวภาพที่สำคัญของประเทศอย่างยั่งยืน โดยหน่วยงานสามารถสอบถามรายละเอียดความร่วมมือการใช้ธนาคารทรัพยากรชีวภาพกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ที่สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ โทรศัพท์ 0 2951 0000 ต่อ 98095, 98096” นายแพทย์ยงยศ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์