กรมวิทย์ฯ จัดสัมมนาการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
784
22 เมษายน 2567
กรมวิทย์ฯ จัดสัมมนาการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ
 
 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดสัมมนาการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข

 

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาชี้แจงแนวทางดำเนินงานและการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล ณ สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งในปีที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้มีการดำเนินงานโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ จากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ในการพัฒนาหลักเกณฑ์ข้อกำหนดเงื่อนไขมาตรฐาน การกำกับดูแลหน่วยบริการเจาะเลือด เก็บตัวอย่างและนำส่งตัวอย่างนอกโรงพยาบาล ให้มีการรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสนับสนุนโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข 

 

 

 

นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การดูแลให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความแออัด ลดระยะเวลาการรอคอย และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพิ่มศักยภาพการให้บริการของหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับ ในปัจจุบันผู้ป่วยและญาติต้องเสียเวลารอคอยการมารับบริการ ในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน โดยใช้เวลาในการรอคอยเพื่อใช้บริการทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ และรอพบแพทย์ ประมาณ 2-5 ชั่วโมง ดังนั้นการจัดระบบเพื่อลดเวลารอคอยการให้บริการทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ จึงมีความสำคัญ

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ได้รับมอบหมายทำหน้าที่เป็นหน่วยงานขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเจาะเลือด  เก็บตัวอย่างและนำส่งตัวอย่างนอกโรงพยาบาล รวมทั้งทำหน้าที่กำหนดและพัฒนามาตรฐาน กำกับดูแลหน่วยบริการเจาะเลือด ให้มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการบริการ โดยโครงการลดความแออัดทางห้องปฏิบัติการ ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 ซึ่งปัจจุบันมี 34จังหวัด  เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายเข้าร่วมโครงการ 47 แห่ง และมีหน่วยบริการผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการเจาะเลือด เก็บตัวอย่าง และนำส่งตัวอย่างนอกโรงพยาบาล จำนวน 414 แห่ง ข้อมูลวันที่ 26 ตุลาคม 2566 อย่างไรก็ตามมีอีก43 จังหวัดที่ยังไม่มีโรงพยาบาลแม่ข่ายเข้าร่วมโครงการ 

 
 
 
 
ในการสัมมนาฯ ครั้งนี้เป็นการสื่อสารขั้นตอนการดำเนินงานการขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล มาตรฐานหน่วยบริการเจาะเลือด รวมถึงการเบิกจ่ายผ่านระบบ E-Claim ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด จำนวน 76 จังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ และบุคลากรสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ มากกว่า 700 คน  ซึ่งการมุ่งมั่นพัฒนาหน่วยบริการเจาะเลือดนอกโรงพยาบาล สามารถแก้ปัญหาการแออัดในการรอคอยคิวเจาะเลือด และรอคอยผลทางห้องปฏิบัติการ ทำให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ ได้รับประโยชน์ในการรับบริการที่สะดวก ใกล้บ้าน และรวดเร็วยิ่งขึ้น 
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์