ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงราย ให้บริการตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด ตรวจคัดกรองโรคหายาก (IEM) จำนวน 40 โรค

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,283
22 เมษายน 2567
ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงราย ให้บริการตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด ตรวจคัดกรองโรคหายาก (IEM) จำนวน 40 โรค
 
ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงราย ให้บริการตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด ตรวจคัดกรองโรคหายาก (IEM) จำนวน 40 โรค เพื่อความเท่าเทียมเป็นธรรมและเข้าถึงบริการภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์
 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เพิ่มศักยภาพห้องปฏิบัติการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย ให้สามารถเปิดบริการตรวจคัดกรองทารกแรกเกิดแบบเพิ่มจำนวนโรค ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เป้าหมายของการคัดกรองทารกแรกเกิดคือ “ตรวจเร็ว รู้เร็ว รักษาง่าย ผลการรักษาดี สติปัญญาดี เพื่อให้เด็กมีสุขภาพดีมีคุณภาพชีวิตที่ดี สติปัญญาดี ลดความพิการและเสียชีวิตตั้งแต่วัยทารกหรือวัยเด็ก ทารกแรกเกิดไทยทุกราย จะได้รับการตรวจคัดกรองภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด (congenital hypothyroidism, CHT) และกลุ่มโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก (inborn errors of metabolism; IEM) จำนวน 40 โรค ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานตรวจวิเคราะห์ของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1 เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2566 – 31 ตุลาคม 2566 ให้บริการตรวจคัดกรอง จำนวน 6,198 ตัวอย่าง พบความเสี่ยงต่อภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด จำนวน 41 ราย ทั้งนี้ได้ประสานแจ้งไปยังโรงพยาบาลที่ส่งตรวจเพื่อติดตามทารกมาตรวจยืนยันและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที สำหรับกลุ่มโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก ยังไม่พบทารกที่ยืนยันว่ามีความผิดปกติ 

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด ที่มีการตรวจคัดกรองในทารกแรกเกิด ผลกระทบของโรคนี้คือ เด็กจะมีพัฒนาการช้า หรือสติปัญญาบกพร่อง ที่สำคัญคือการวินิจฉัยได้เร็ว การเริ่มรักษาทารกภายในอายุ 14 วัน ตามแนวทางของประเทศ ซึ่งการรักษาไม่ยุ่งยากซับซ้อน ยาที่ใช้รักษาราคาไม่แพงและเข้าถึงง่าย ประสิทธิผลของการรักษาดี สามารถป้องกันภาวะสติปัญญาบกพร่อง และนำไปสู่พัฒนาการปกติได้ 

 

 

สำหรับกลุ่ม IEM ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่หายาก อุบัติการณ์โดยรวมอยู่ที่ (1:10,000) ลักษณะอาการทั่วไปคล้ายกับโรคอื่น ๆ ในเด็ก ทำให้ผู้ป่วยอาจได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ล่าช้า เป็นสาเหตุของภาวะทุพพลภาพ สติปัญญาบกพร่อง พิการ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในช่วงวัยทารก จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วภายในอายุเด็กไม่เกิน 7 วันหลังเกิด 

 

 

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนโรงพยาบาลในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 จัดส่งตัวอย่างกระดาษซับเลือดจากทารกไทยแรกเกิดทุกราย เพื่อตรวจหาภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด และกลุ่มโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก ได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย เป็นบริการตรวจฟรี สำหรับเด็กแรกเกิดไทยทุกราย ภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานจาก สปสช. ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้บูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้โรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 1 สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย โทร 0 5317 6224-6 ต่อ 117  หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://rmsc1-1.dmsc.moph.go.th/ 

 

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์