ศูนย์วิทย์ฯ ภูเก็ต ให้ความรู้ผู้ประกอบการโรงแรมในภูเก็ตป้องกันเชื้อโนโรไวรัสและลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภค

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
331
22 เมษายน 2567

ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11/1 ภูเก็ต ให้ความรู้ผู้ประกอบการโรงแรมในภูเก็ตป้องกันเชื้อโนโรไวรัสและลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภค ตอกย้ำความมั่นใจ เที่ยวภูเก็ต ปลอดโรค ปลอดภัย ตามมาตรการ “Safety Phuket Island Sandbox”

วันนี้ (22 พฤศจิกายน 2566)ที่โรงแรมดีวาน่า พลาซ่า ภูเก็ต ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในปี 2566 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโนโรไวรัส (Norovirus)  สาเหตุของโรคทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลัน และเชื้อลีจิโอเนลลา (Legionella spp.)  สาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน ในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมในแหล่งท่องเที่ยวทุกภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ประเด็นเรื่องนักท่องเที่ยวปลอดภัย ซึ่งเป็นหนึ่ง Quick Win 100 วัน โดยจะทำให้พื้นที่ท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวมีความปลอดภัย ทั้งจากอุบัติเหตุและโรคต่างๆ และได้จัดตั้ง “Safety Phuket Island Sandbox” นำร่องที่จังหวัดภูเก็ตเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

สำหรับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11/1 ภูเก็ต รับผิดชอบเขตพื้นที่เครือข่ายบริการสุขภาพที่ 11 จังหวัดกระบี่ พังงา และภูเก็ต ได้สนับสนุนการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ โดยดำเนินงานร่วมกับ หน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองท้องถิ่น ผู้ประกอบการโรงแรม สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จัดทำโครงการเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโนโรไวรัสและเชื้อลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก ฉายา “ไข่มุกแห่งอันดามัน” ที่มีชื่อเสียง เรื่องความสวยงาม โดยเฉพาะหาดทราย อาหารทะเล โดยมีสินค้ากลุ่มโรงแรมที่พัก สปา ร้านค้า ร้านอาหารที่ได้มาตรฐาน และมีความสะดวกสบาย ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติต้องการเดินทางมาสัมผัส หากย้อนไปช่วงก่อนเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 จังหวัดภูเก็ตมีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 4.4 แสนล้านบาท  (สูงเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร) และในปี 2565 พบว่ามีนักท่องเที่ยวกลับมา 4.83 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 166,770 ล้านบาท 

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า ในปี 2567 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11/1 ภูเก็ต ได้ขยายการให้บริการตรวจเฝ้าระวังเชื้อโนโรไวรัส และเชื้อลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรม เพิ่มอีก 15 แห่ง และจะมีการตรวจติดตามเฝ้าระวังในโรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมิน ในปี 2566 ทั้ง 15 แห่งด้วย รวม 30 แห่ง ดังนั้นจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการโรงแรมเข้าร่วมโครงการดังกล่าว นอกจากนี้ผู้ประกอบการสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ โดยใช้มาตรการบำรุงรักษาความสะอาดของแหล่งที่น่าจะเป็น รังโรค รวมทั้งการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ รักษาอุณหภูมิของน้ำและใส่สารชีวฆาต (biocides) เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้รักษาความสะอาดระบบน้ำร้อน น้ำเย็น และรักษาระดับอุณหภูมิน้ำร้อนที่ 60 องศาเซลเซียส และน้ำเย็นต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส หรือเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว พร้อมทั้งเป็นการยกระดับมาตรฐานสถานประกอบการโรงแรม ซึ่งจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการโรงแรมจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11/1 ภูเก็ต โทร. 076-600119 ถึง 21

      ด้าน นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเสริมว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11/1 ภูเก็ต ได้มีการจัดประชุมถ่ายทอดองค์ความรู้การเฝ้าระวังการปนเปื้อนเชื้อโนโรไวรัสและเชื้อลีจิโอเนลลาในน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมมอบประกาศนียบัตรให้แก่โรงแรมที่ผ่านการตรวจประเมินตามข้อกำหนดของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมี ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานสุขาภิบาลน้ำอุปโภคบริโภคของโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตที่เข้าร่วมโครงการ สมาคมโรงแรมภาคใต้ สมาคมโรงแรมภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต อำเภอกระทู้ เทศบาลเมืองป่าตอง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ผู้บริหาร นักวิชาการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11/1 ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขจากหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ เข้าร่วมประชุม 

    สำหรับโรงแรมที่ผ่านการประเมินตามข้อกำหนด และได้รับประกาศนียบัตรรับรองความปลอดภัยจากเชื้อโนโรไวรัส และเชื้อลีจิโอเนลลา พร้อมเครื่องหมายรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จำนวน 15 แห่ง ได้แก่ โรงแรม Banyan Tree Phuket โรงแรม Beyond Patong โรงแรม Phuket Orchid Resort and Spa โรงแรม Beyond Resort Karon โรงแรม Pamookkoo Resort โรงแรม The Royal Paradise Hotel & Spa โรงแรม Dusit Thani Laguna Phuket โรงแรม Sawaddi Patong Resort & Spa by Tolani โรงแรม Renaissance Phuket Resort and Spa โรงแรม Katathani Phuket Beach Resort โรงแรม Rawai Palm Beach Resort โรงแรม The Nai Harn Phuket โรงแรม The Front Village Hotel โรงแรม The Village Resort & Spa และโรงแรม Holiday Inn Resort Phuket

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์