กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะนำวิธีกำจัด ตัวเรือด❗️

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
7,659
22 เมษายน 2567

ตัวเรือด เป็นแมลงไม่มีปีกซึ่งมักออกมาดูดเลือดคนในเวลากลางคืนบริเวณที่พัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเตียงนอนหรือบริเวณที่ผู้คนใช้พักผ่อนนอนหลับเป็นประจำ

 

อาการ

ผู้ที่ถูกกัดดูดเลือดจะรู้สึกคัน เกิดการบวม ผื่นแพ้ และผิวหนังอักเสบ

 

วิธีการป้องกัน กำจัดตัวเรือด

1. ใช้ความร้อน

- ต้มผ้าปูที่นอน ม่าน ตลอดจนเครื่องนอนหรือเครื่องใช้อื่นๆ ที่เก็บมาจากห้องพักที่พบตัวเรือด ต้มในน้ำเดือด อย่างน้อย 10 นาที

- อบด้วยเครื่องอบผ้า (Dryer) ที่อุณหภูมิอย่างน้อย 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 30 นาที

- ใช้เครื่องพ่นไอน้ำร้อน (Steamer) พ่นบริเวณที่พบตัวเรือดด้วยอุณหภูมิอย่างน้อย 60 องศาเซลเซียส (ต้องเป็นช่วงที่ไอน้ำผ่านออกมาจากปลายท่อไม่เกิน 2.5 ซม.)

- ใช้เครื่องทำความร้อน (Heater) อบห้องให้อุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือที่ 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

2. ใช้สารเคมี

- ใช้สารเคมีกำจัดแมลงประเภทผสมน้ำฉีดพ่น เช่น อิมิดาคลอพริด (Imidacloprid), คลอเฟนาเพอร์ (Chlorfenapyr) ฯลฯ

- ใช้ผลิตภัณฑ์เคมีกำจัดแมลงประเภทสเปรย์กระป๋องอัดก๊าซ สูตรน้ำมัน ซึ่งต้องมีสารออกฤทธิ์ในกลุ่มไพรีทรอยด์ (Pyrethoid) ผสมกันตั้งแต่ 2-4 ชนิด ฉีดพ่นสเปย์รอบกระเป๋าและล้อลาก หลังจากเดินทางกลับถึงบ้าน

 

* ต้องฉีดพ่นสารเคมีกำจัดแมลงดังกล่าวให้ทั่วทุกซอกทุกมุม

ที่เป็นแหล่งซ่อนตัวของตัวเรือด จึงจะได้ผล

 

** ทั้งนี้การพ่นหมอกควัน (Thermal Fogging) โดยใช้สารเคมีกำจัดแมลงชนิดต่างๆ

ที่ใช้พ่นกำจัดยุงทั่วๆ ไป ไม่สามารถกำจัดตัวเรือดได้

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://nih.dmsc.moph.go.th/login/filedata/Bed%20bugs.pdf

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202614051778758837564688370-7763.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือพันธมิตรไทย-จีน วิจัยตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยี DNA ตรวจง่าย แม่นยำสูง

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 - นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการ “โครงการวิจัยร่วมไทยด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยี DNA Methylation และนิเวศจุลชีพในลำไส้” (Thailand Joint Research Programme for DNA Methylation-Based Colorectal Cancer Early Screening and Intestinal Microecology) ระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บริษัท บีจีไอ เฮลท์ (ฮ่องกง) จำกัด และบริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายโหว หย่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทบีจีไอ จีโนมิกส์ และนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านจีโนมิกส์ ตลอดจนแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักระยะเริ่มต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202608051778239015158605105-7721.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยพบเชื้อแบคทีเรียดื้อยาคาร์บาพีเนม สูงเกินร้อยละ 70 เสี่ยงไม่มียารักษาในอนาคต ชูระบบสุขภาพ One Health เฝ้าระวังภาวะดื้อยาทั้งระบบ และเตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยสถานการณ์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทยจากข้อมูลเฝ้าระวังย้อนหลัง 10 ปี พบแนวโน้มการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเชื้อ Acinetobacter calcoaceticus-baumannii complex (อะซินีโตแบคเตอร์ แคลโคอะซีติคัส-เบามันนีไอ คอมเพล็กซ์) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่รุนแรง มีอัตราการดื้อยาปฏิชีวนะกลุ่ม carbapenem (คาร์บาพีเนม) ซึ่งเป็นยาต้านจุลชีพทางเลือกสุดท้าย สูงกว่าร้อยละ 70 สะท้อนความรุนแรงของปัญหาเชื้อดื้อยาที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและทางเลือกในการรักษาผู้ป่วย เตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อชะลอการดื้อยาในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์