กรมวิทย์ฯชวนตรวจสอบสารเคมีในเครื่องสำอาง ดูไม่ดีทำหน้าพัง!

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
4,474
16 สิงหาคม 2566

เครื่องสำอาง กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามที่เรียกว่าขาดไม่ได้ สำหรับใครที่รักและใส่ใจในภาพลักษณ์ของตนเอง สำหรับผู้ที่ใช้เครื่องสำอางบ่อยๆ หรือผู้ที่กำลังจะเลือกใช้และให้ความสนใจผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใดๆ ก็แล้วแต่ เบื้องต้นควรตรวจเช็กเลข อย. และให้สังเกตจากฉลากผลิตภัณฑ์ระบุครบถ้วน เช่น ชื่อเครื่องสำอางที่มีชื่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ปริมาณ วิธีใช้ คำแนะนำ คำเตือน เดือน ปีที่ผลิตและที่หมดอายุ เลขที่ผลิต และส่วนผสมของสารชนิดใดบ้างในเครื่องสำอาง เพื่อการใช้เครื่องสำอางอย่างปลอดภัย และสามารถหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารประกอบที่ทำให้แพ้ ในบางรายเกิดอาการแพ้รุนแรงจนทำให้หน้าพังกันมาแล้วนับไม่ถ้วน ต้องเสียค่ารักษาและใช้เวลานานกว่าจะหายขาดจากการแพ้ และถึงหายแล้วสภาพผิวอาจไม่ได้กลับมาดีเท่าสภาพเดิมที่เคยเป็น


????สำหรับสารอันตราย 4 สารหลักๆ ที่ไม่ควรมีอยู่ในส่วนผสมของเครื่องสำอาง เนื่องจากเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตรวจพบบ่อยในเครื่องสำอาง ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพที่ควรระวัง มีดังนี้


  • สารปรอทและสารประกอบปรอท เนื่องจากปรอทมีฤทธิ์ทำลายไต ระบบประสาท เยื่อบุและทางเดินหายใจ หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารปรอทติดต่อกันเป็นเวลานานจะเกิดพิษสะสมของสารปรอทที่ผิวหนังและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดทำให้ตับ ไต ทางเดินปัสสาวะอักเสบ เกิดการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง กฎหมายกำหนดการปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้ไม่เกิน 1 ppm

  • สารไฮโดรควิโนน อาจทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง อักเสบหน้าแดง อาการแสบร้อน ตุ่มแดง และภาวะผิวคล้ำมากขึ้นในบริเวณที่ทา หากใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดเป็นฝ้าถาวร รักษาไม่หาย และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง

  • สารสเตียรอยด์ ที่พบบ่อย เช่น betamethasone 17-valerate และ clobetasol propionate อาจทำให้ผิวบาง เกิดรอยแตก เส้นเลือดใต้ผิวหนังผิดปกติ เห็นเส้นเลือดแดงตามใบหน้าชัดขึ้น เกิดผื่นแพ้ เกิดสิวผด ผิวหนังมีสีจางลง หากใช้เป็นเวลานานจะเกิดด่างขาว

  • กรดวิตามินเอ อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองผิวหนัง ผิวหน้าลอก อักเสบ แพ้แสงแดดได้ง่าย อาจเกิดภาวะผิวด่างขาวหรือผิวคล้ำได้ และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์


ในปัจจุบันเครื่องสำอางหลายชนิดที่ไม่ได้มาตรฐานพบผู้ผลิตเครื่องสำอางลักลอบผสมสารห้ามใช้ต่างๆ ในเครื่องสำอาง โดยเฉพาะ สารปรอท ไฮโดรควิโนน และสเตียรอยด์ขายทางอินเตอร์เน็ตจำนวนมาก ทั้งนี้สามารถทดสอบอาการแพ้เบื้องต้นได้ด้วยตนเอง เพียงแค่ทาผลิตภัณฑ์ที่ท้องแขน วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ถ้าภายใน 1 สัปดาห์ ไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ โอกาสแพ้ผลิตภัณฑ์ตัวนั้นก็มีน้อย แต่หากมีผื่นคันให้หยุดใช้เครื่องสำอางชนิดนั้นทันที


❓หากสงสัยว่าอาจมีสารปนเปื้อน หรือผสมสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง สามารถส่งตัวอย่างทดสอบได้ที่ห้องปฏิบัติการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งมีห้องปฏิบัติการทดสอบด้านเครื่องสำอางโดยเฉพาะที่ได้รับรองความสามารถตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 จากสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำให้ได้ทราบผลที่แน่ชัด และแม่นยำอย่างแน่นอน รู้ก่อนปลอดภัยก่อน


สอบถามรายละเอียดหรือปรึกษาการส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ได้ที่ศูนย์รวมบริการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 0 2589 9850-7 ต่อ 98150, 98152, 99968 , มือถือ 098-9156809

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์