กรมวิทย์ฯ เดินหน้าโครงการ “การตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (RLU)” เฟส 2

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
733
19 กรกฎาคม 2566

กรมวิทย์ฯ เดินหน้าโครงการ “การตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (RLU)” เฟส 2 หวังให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุด เผยหากมีการใช้แล็บอย่างสมเหตุผลจะสามารถประหยัดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นได้กว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี

 

วันนี้ (19 กรกฎาคม 2566) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดสัมมนา “การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (Rational Laboratory Use, RLU)” เพื่อเป็นเวทีให้โรงพยาบาลที่สมัครเข้าร่วมโครงการในเฟส 2 ได้รับทราบแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนในระดับเครือข่ายและระดับประเทศ พร้อมมอบเกียรติบัตรเพื่อประกาศเกียรติคุณแก่ภาคีเครือข่ายที่ได้ร่วมขับเคลื่อนจนประสบผลสำเร็จ โดยมี นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานในพิธี และชี้แจงนโยบายการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (RLU) โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย คณะกรรมการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล ผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์ กองบริหารการสาธารณสุข ผู้บริหารและผู้แทนจากราชวิทยาลัย สมาคมแพทย์ สภาเทคนิคการแพทย์ สมาคมเทคนิคการแพทย์ โรงเรียนแพทย์ ในประเทศไทย สภากาชาดไทย สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล และโรงพยาบาลที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ทั้ง Onsite และ Online จากทั่วประเทศกว่า 800 คน ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี


นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า จากหลักการสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ที่ต้องมีความสมเหตุผล ไม่สั่งมากเกินความจำเป็น (Overutilization) หรือน้อยเกินไป (Underutilization) ซึ่งทั้งสองกรณีล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดผลเสียต่อทั้งผู้ป่วย และระบบสุขภาพ ด้วยความตระหนักในปัญหาดังกล่าว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงร่วมมือกับเครือข่ายหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัย สมาคมแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ยกร่างแนวทางการสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล หรือ RLU เพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้แนวทาง RLU ประกอบการตัดสินใจในการสั่งตรวจแล็บได้อย่างเหมาะสมต่อผู้ป่วย เบื้องต้นกำหนดไว้ 7 เรื่อง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคติดเชื้อ โรคความดันโลหิตสูง การ Checkup โดยเริ่ม Kick off โครงการเฟส 1 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ดำเนินการใน 23 โรงพยาบาลนำร่องครอบคลุม 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของโรงพยาบาลนำร่องได้มีนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและระบบสุขภาพ เช่น การปรับระบบ HIS ของโรงพยาบาล ให้มีการสร้างระบบ Pop up แจ้งเตือนแพทย์ เพื่อให้ทราบว่ามีการสั่งตรวจแล็บ กับผู้ป่วยรายดังกล่าวแล้ว ทำให้แพทย์ไม่สั่งแล็บซ้ำ ปรับเมนูการสั่งแล็บให้เป็นการสั่งทีละรายการไม่เป็นชุด แจ้งเตือนความถี่ที่เหมาะสมในการสั่งตรวจแล็บ เพื่อจะได้ไม่ลืมการตรวจที่จำเป็นตามหลักวิชาการ มีระบบการสอบทานการสั่งตรวจแล็บ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีการพูดคุยทบทวนวางแนวทางที่เหมาะสมในการสั่งตรวจแล็บในโรงพยาบาลให้เหมาะสมกับบริบท ทำให้หลายโรงพยาบาลมีผลสำเร็จที่แสดงด้วยการสั่งตรวจที่เหมาะสมขึ้น โดยบางโรงพยาบาลสามารถแสดงถึงจำนวนและค่าใช้จ่ายที่ลดลงด้วย 


"การดำเนินการในโรงพยาบาลนำร่องได้ทำให้โรงพยาบาลอื่นเกิดความสนใจและสมัครเข้าร่วมเป็นเครือข่ายดำเนินการ เรื่อง RLU ในเฟส 2 อีกเป็นจำนวนมากกว่า 340 โรงพยาบาล โดยเป็นโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน และจากการเรียนรู้ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการในเฟสแรก ทำให้มีการเพิ่มเติมแนวทางในเรื่องการตรวจก่อนการผ่าตัด การใช้เลือด การตรวจไทรอยด์ ดังนั้นจึงได้มีการจัดงานในวันนี้ขึ้น เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจ ชี้แจงแนวทาง และถ่ายทอดการดำเนินการที่ประสบความสำเร็จ จากโรงพยาบาลในเฟสแรก เพื่อให้โรงพยาบาลที่สมัครเข้าร่วมโครงการในเฟส 2 ทราบแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลต่อไป ซึ่งหากมีการใช้แล็บอย่างสมเหตุผลจะสามารถประหยัดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นได้กว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี" นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์