กรมวิทย์ฯ ให้บริการ “ตรวจแอลกอฮอล์ในเลือด” เพื่อสนับสนุนการป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
962
22 เมษายน 2567
กรมวิทย์ฯ ให้บริการ “ตรวจแอลกอฮอล์ในเลือด” เพื่อสนับสนุนการป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 
 
 
 
 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อสนับสนุนการป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยสถานพยาบาลและสถานีตำรวจ สามารถส่งตัวอย่างได้ที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ รายงานผลภายใน 24 ชั่วโมง
 
นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การขับขี่รถขณะเมาสุราเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุจราจรทางบก ซึ่งการตรวจวิเคราะห์ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด เป็นวิธีการอย่างหนึ่งในการทดสอบว่าผู้ขับขี่เมาสุราหรือไม่ ในกรณีผู้ขับขี่ที่รู้สึกตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ โดยเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ แต่บางรายอาจมีอาการบาดเจ็บรุนแรงจนไม่สามารถเป่าผ่านเครื่องวัดฯ ได้ จะทำการเจาะเลือดส่งตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหนังสือนำส่งตัวผู้ขับขี่ไปยังสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อทำการเจาะเลือดภายใน 6 ชั่วโมง หลังเกิดอุบัติเหตุ หากเกิน 6 ชั่วโมงปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดจะลดต่ำลง
 
 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อสนับสนุนการป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยสถานพยาบาลและสถานีตำรวจสามารถส่งตัวอย่าง เพื่อตรวจวิเคราะห์ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ที่ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 15 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่ง (เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก นครสวรรค์ สระบุรี สมุทรสงคราม ชลบุรี ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี สงขลา และตรัง) โดยในช่วงเทศกาลสามารถดำเนินการตรวจวิเคราะห์ และรายงานผลภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับตัวอย่าง นำส่งตัวอย่างได้ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. สำหรับตัวอย่างที่เกิดเหตุ และได้รับตัวอย่างระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2566 ถึง 4 มกราคม 2567  
 
 
 
 
นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลผลการปฏิบัติงานการตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด ปีงบประมาณ 2566 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 - 30 กันยายน 2566 จำนวน 10,153 ราย เป็นชาย 8,807 ราย  เป็นหญิง 1,342 ราย และไม่ระบุเพศ 4 ราย ซึ่งมีอายุระหว่าง 7-92 ปี โดยในจำนวนนี้พบผู้ที่มีอายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ จำนวน 1,080 รายรวมอยู่ด้วย จากจำนวนตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ พบว่า ในเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดหลายวัน มีการส่งตรวจวิเคราะห์สูงสุด  ช่วงอายุของผู้ประสบอุบัติเหตุมากที่สุดคืออายุระหว่าง 20-29 ปี  และช่วงอายุระหว่าง 30-59 ปี พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่ากฎหมายกำหนด ในอัตราที่สูงกว่าช่วงอายุอื่นๆ  นอกจากนี้ยังพบว่าพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ รถปิคอัพและรถเก๋ง ตามลำดับ
 
 
 
“ด้วยความห่วงใย ขอฝากถึงประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด หรือเดินทางไปท่องเที่ยว  ก่อนออกเดินทางให้เตรียมร่างกายให้พร้อม ขับขี่รถยนต์ คาดเข็มขัดนิรภัย ขี่จักรยานยนต์ สวมหมวกกันน็อคทุกครั้ง หากเดินทางระยะทางไกล ควรมีผู้ผลัดเปลี่ยนช่วยขับรถ เมื่อรู้สึกง่วงอย่าฝืนขับรถต่อ ให้แวะพักตามจุดพักรถ ปั๊มน้ำมัน หรือจอดรถนอนในจุดที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการหลับใน ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ขอให้ขับขี่ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ” นายแพทย์ยงยศ กล่าว
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์