กรมวิทย์ฯ อบรมผู้ปฏิบัติงานด้านรังสีฯเกี่ยวกับเครื่องเอกซเรย์เต้านมในสถานพยาบาลรัฐ-เอกชน เพื่อจัดทำค่าปริมาณรังสีอ้างอิงของประเทศ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
523
22 เมษายน 2567

เมื่อวันที่ (23 มกราคม 2567) นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม “การจัดทำค่าปริมาณรังสีอ้างอิงและเฝ้าระวังการใช้รังสีจากการถ่ายภาพรังสี ด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบ 3 มิติ” และได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญบรรยายในหัวข้อต่างๆ ดังนี้ แพทย์หญิงจิรารัตน์ จิรารยะพงศ์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ บรรยายในหัวข้อ “Diagnostic Performance of Digital Breast Tomosynthesis” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นภาพงษ์ พงษ์นภางค์ ภาควิชารังสีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล บรรยายในหัวข้อ“Quality Control and Quality Assurance in Digital Breast Tomosynthesis” โดยมีนายยุทธนา บางม่วง รองผู้อำนวยการสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นผู้กล่าวรายงาน และมีบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านรังสีวินิจฉัยเกี่ยวกับเครื่องเอกซเรย์เต้านมในสถานพยาบาลภาครัฐ ประกอบด้วย โรงพยาบาลวิทยาลัยแพทย์ จำนวน 16 แห่ง โรงพยาบาลภาครัฐ (สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ และกรุงเทพมหานคร) จำนวน 38 แห่ง โรงพยาบาลเอกชน จำนวน 37 แห่ง รวมทั้งบุคลากรจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 15 แห่งทั่วประเทศ และสำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์เข้าร่วมอบรม โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวนทั้งสิ้น 180 คน

นายแพทย์ปิยะ กล่าวว่า ประเทศไทยนำเครื่องเอกซเรย์เต้านมมาใช้งานเพื่อวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมหรือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่อยู่ภายในต่อมน้ำนมมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเครื่องเอกซเรย์เต้านมได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการวินิจฉัยโรคให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยมีเทคนิคการถ่ายภาพรังสีด้วยเทคนิคการถ่ายภาพแบบ 3 มิติ (Tomosynthesis) ซึ่งให้รายละเลียดของภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยในการรักษาที่ถูกต้อง แม่นยำ และลดการถ่ายภาพรังสีซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามเทคนิคการถ่ายภาพรังสีด้วยเทคนิค 3 มิตินี้จะต้องใช้ปริมาณรังสีที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณรังสีที่สูงกว่าการถ่ายภาพรังสีแบบ 2 มิติ ดังนั้น เพื่อให้การถ่ายภาพรังสีด้วยเทคนิคการถ่ายภาพแบบ 3 มิติ ในผู้ป่วยได้รับประโยชน์มากกว่าผลกระทบที่เกิดจากการปริมาณรังสีที่สูงหรือน้อยเกินไป จนทำให้เกิดการถ่ายภาพรังสีซ้ำ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 15 แห่งทั่วประเทศ จึงจัดทำค่าปริมาณรังสีอ้างอิงของการถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมแบบ 3 มิติ เพื่อเป็นค่าอ้างอิงให้แก่สถานพยาบาลในการใช้ควบคุมปริมาณรังสีให้เหมาะสม คุ้มค่า และเป็นไปตามพันธกิจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการกำหนดมาตรฐานและพัฒนาห้องปฏิบัติการ เป็นศูนย์กลางข้อมูลและสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านรังสีและเครื่องมือแพทย์ของประเทศ

นายแพทย์ปิยะ กล่าวต่อว่า สำหรับการอบรมในครั้งนี้ เพื่อให้สถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่ให้บริการตรวจวินิจฉัยเต้านม โดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม สามารถนำค่าปริมาณรังสีอ้างอิง (DRLs) ไปใช้เปรียบเทียบค่ากับค่าปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์จากรังสีให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นแนวทางการปรับลดปริมาณรังสีที่ไม่จำเป็น ได้อย่างเหมาะสม มีความปลอดภัย เพื่อไม่ไห้มีการใช้ปริมาณรังสีกับผู้ป่วยสูงเกินไป พร้อมทั้งให้ได้ภาพถ่ายทางรังสีที่มีคุณภาพ สามารถนำไปวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้เป็นค่าทบทวนกระบวนงาน เพื่อพัฒนาการถ่ายภาพรังสีเต้านม ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใช้งานเครื่องเอกซเรย์เต้านมจะต้องทราบถึงความสำคัญ ขั้นตอนการเก็บข้อมูลค่าเทคนิค วิธีการคำนวณ และการนำค่าที่ได้ไปใช้งาน วิเคราะห์ทางสถิติ ในทิศทางที่เป็นความรู้ ความเข้าใจในการเก็บข้อมูลให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน เพื่อลดความผิดพลาดของข้อมูล ลดปัญหาข้อมูลที่ไม่สามารถนำมาวิเคราะห์ผลได้ และจัดทำค่าปริมาณรังสีของเครื่องเอกซเรย์เต้านมได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ สถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่ให้บริการตรวจวินิจฉัยเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม สามารถดูรายละเอียดหรือสอบถามได้ที่ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ โทรศัพท์ 02-951-0000 ต่อ 99854 มือถือ 080-048-7365 หรือที่เว็บไซต์  https://radiation.dmsc.moph.go.th/

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-162618602.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมเครือข่ายห้องปฏิบัติการ RT-PCR เสริมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่–ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ทั่วประเทศ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับศักยภาพเครือข่ายห้องปฏิบัติการด้าน RT-PCR ในการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นทั้งในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีนพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการต่อโรคอุบัติใหม่”

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์