❌ย้อมสีผมบ่อยๆ ระวังสารเคมีอันตรายต่อสุขภาพ หากไม่ระวังให้ดี
ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม ปัจจุบันมีจำหน่ายหลายประเภท และนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดโดยทั่วไป แบ่งได้เป็น 3 ชนิด
1. ผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดชั่วคราว : มีส่วนประกอบของสีที่มีโมเลกุลใหญ่ ใช้เคลือบบริเวณชั้นนอกของเส้นผม ล้างออกได้ด้วยการสระผม 1-2 ครั้ง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชื่อ คัลเลอร์ รินส์ (Color rinse) , ดินสอทาสีผม (hair crayons) และสีพ่นสำหรับผม (color sprays) เป็นต้น
2. ผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดกึ่งถาวร : มีส่วนประกอบของสีที่มีโมเลกุลเล็ก สามารถซึมเข้าไปถึงชั้นกลางของเส้นผม สีจะติดคงทนได้นานประมาณ 3-5 สัปดาห์ ได้แก่ แชมพูย้อมสีผม, โลชั่นและโฟมย้อมสีผม เป็นต้น
3. ผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดถาวร : จะติดทนบนเส้นผมอย่างถาวร และทนทานต่อการสระด้วยแชมพู ซึ่งแบ่งออกได้อีก 2 ประเภท ได้แก่
ประเภทเคลือบสีผม (coating tints) ซึ่งสีจะสะสมบนชั้นนอก ของเส้นผมเท่านั้น ได้แก่ สมุนไพรย้อมผม เกลือโลหะย้อมผม และสีผสม
ประเภทซึมเข้าในเส้นผม ประกอบด้วยส่วนผสม 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดที่ 1 อาจเป็นของเหลวหรือครีม มีสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ สารออกซิเดชั่น หรือที่เรียกว่า สีพารา อยู่ในสภาวะด่างส่วนใหญ่จะใช้แอมโมเนียปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ในช่วงประมาณ 8-11 ซึ่งค่าความด่างจะช่วยให้ส่วนชั้นนอกของเส้นผมบวม และพองขึ้นมาก ทำให้สีซึมเข้าไปอยู่ในเส้นผม แต่หากสภาพความเป็นด่างมากก็จะเป็นอันตรายต่อเส้นผมเช่นกัน ชนิดที่ 2 เรียกว่า”น้ำยาผสม” นิยมใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ความเข้มข้น 6% หากใช้ความเข้มข้นเกินที่กำหนดให้ จะทำให้ผมแห้ง และทำลายเส้นผม และอาจทำให้ระคายเคืองหนังศีรษะ
❌อันตรายที่อาจเกิดจากผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม
ผลิตภัณฑ์ยาย้อมผม เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน มีจำหน่ายทั่วไป สำหรับบางคนที่ชื่นชอบการทำสีผมอย่างมาก ทำให้ต้องทำสีผมอยู่บ่อยครั้ง และมักใช้ผลิตภัณฑ์ยาย้อมสีผมติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งรู้หรือไม่ว่า สารเคมีที่อยู่ในยาย้อมผมนี่แหละ ที่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายและสุขภาพของเราได้ หากขาดความระมัดระวังในการใช้
สารเคมีที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ย้อมผมมากที่สุด คือสาร พาราฟินีลินไดอะมีน หรือเรียกสั้นๆว่า PPD พบทั้งในผลิตภัณฑ์ย้อมผมประเภทชั่วคราว และถาวร มักก่อให้เกิดการแพ้มากที่สุดในกลุ่มผู้ใช้งาน โดย ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ ระยะเวลาในการย้อม และสภาวะของร่างกายของแต่ละบุคคล โดยอาการที่เกิดขึ้นได้แก่ อาการบวมบริเวณเปลือกตา ใบหน้า และริมฝีปาก โดยในขั้นแรกผิวหนังมีผื่นแดงเป็นตุ่มใส และมีน้ำเหลือง มีอาการคันมากบริเวณศีรษะ ใบหน้าและต้นคอ ในบางรายที่มีอาการแพ้มากจะทำให้หายใจลำบาก นอกจากนี้ ทำให้เกิดจ้ำเขียวเป็นผื่น ดังนั้นก่อนใช้จึงจำเป็นต้องมีการทดสอบการแพ้ก่อนทุกครั้ง ทำให้ผลิตภัณฑ์ย้อมผมจึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องติดตาม ความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด โดยการควบคุมปริมาณของ PPD ในผลิตภัณฑ์ย้อมผมไม่ให้เกินร้อยละ 4 โดยน้ำหนัก
📍วิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อพบว่าแพ้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ย้อมผม
ให้ล้างหนังศีรษะและผมด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ หรือแชมพูอ่อนๆ เพื่อล้างผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่ยังเหลืออยู่หมดไป หรือให้เหลือน้อยที่สุด
ใช้สารละลายเจือจางของด่างทับทิม 1 ส่วน ต่อน้ำ 5,000 ส่วน เพื่อชะล้างสารเคมีให้หมดจากเส้นผม
หากอาการไม่ดีขึ้น ให้พบแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป โดยนำฉลาก ซอง หรือกล่องผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไปด้วย
📍การพิจารณาเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ย้อมผม และข้อควรระวัง
อ่านฉลากและปฏิบัติตามคำเตือน และวิธีใช้
ไม่ใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้
ห้ามใช้เมื่อหนังศีรษะมีรอยถลอก เป็นแผล หรือโรคผิวหนัง
ไม่ควรเกาศีรษะอย่างแรงขณะย้อมผม เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย
ไม่ปล่อยให้สีย้อมผมค้างบนเส้นผมหรือหนังศีรษะนานเกินความจำเป็น เพราะอาจทำให้เกิดการแพ้ได้
สวมถุงมือทุกครั้ง เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม
สระผมให้สะอาดหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม
หยุดใช้ทันทีเมื่อมีอาการ แสบ ร้อน แดง คันยุบยิบ
หญิงมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมผม
📍วิธีการทดสอบการแพ้ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม
1. ทำความสะอาดบริเวณหลังใบหู หรือบริเวณข้อพับ ข้อศอกด้านใน
2. ใช้ก้านสำลีจุ่มผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่ผสมแล้วเพียงเล็กน้อย ทาที่บริเวณหลังใบหู หรือบริเวณข้อพับ ข้อศอกด้านใน ให้กว้างประมาณครึ่งนิ้ว
3. ทิ้งไว้ให้แห้งโดยไม่ต้องล้างออกเป็นเวลา 24 ถึง 48 ชั่วโมง หากมีอาการคันหรือผื่นแดง ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์นั้น
สำนักเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์เครื่องสำอาง เช่น ตรวจวิเคราะห์ปริมาณของสารย้อมผมในผลิตภัณฑ์ย้อมผม ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและส่งตัวอย่างได้ที่ ศูนย์รวมบริการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 0 2589 9850-7 ต่อ 98150, 98152, 99968 , มือถือ 098-9156809
