กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนาแลปสอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อขยายความสามารถในการให้บริการในส่วนภูมิภาค ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
535
22 เมษายน 2567
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนาแลปสอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อขยายความสามารถในการให้บริการในส่วนภูมิภาค ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
 
 
 
 
 
 
นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด "โครงการขยายขีดความสามารถห้องปฏิบัติการสอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ " ณ โรงแรมบางแสนเฮอริเทจ จังหวัดชลบุรี ว่า เครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ เป็นเครื่องมือที่เจ้าหน้าที่นำไปใช้ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ว่าเมาสุราหรือไม่ จากการเป่าลมหายใจและอ่านค่าของแอลกอฮอล์ในเลือดเป็นมิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 16 ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีห้องปฏิบัติการที่ให้บริการสอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ เพื่อสร้างความมั่นใจในผลการวัดของเครื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำไปใช้ในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ขับขี่ยานพาหนะเมาสุราอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เกิดความเกรงกลัวต่อกฎหมาย ทำให้มีความระมัดระวังมากขึ้น ส่งผลใหการเกิดอุบัติเหตุลดลง ผู้บาด                               เจ็บและเสียชีวิตก็ลดลงตามไปด้วย
 
 
 
 
 
นายแพทย์ปิยะ กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานสามารถส่งเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจมาสอบเทียบได้ที่สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ นนทบุรี และส่วนภูมิภาคส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี และสงขลา ซึ่งจากโครงการขยายขีดความสามารถห้องปฏิบัติการในครั้งนี้จะมีศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดให้บริการการสอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจเพิ่มขึ้น ได้แก่ เชียงราย สระบุรี ชลบุรี โดยใช้วิธีดำเนินการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน มีการใช้วัสดุอ้างอิงรับรองเป็นสารมาตรฐานและได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ซึ่งหากห้องปฏิบัติการพบว่าเครื่องมีค่าความผิดพลาดเกินเกณฑ์มาตรฐานกำหนดจะทำการปรับตั้งค่าใหม่ เพื่อให้เครื่องสามารถตรวจวัดค่าปริมาณแอลกอฮอล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลการวัดที่ถูกต้องแม่นยำ และใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีได้ ซึ่งเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ ต้องผ่านการสอบเทียบตามรอบระยะเวลา 6 เดือน โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะมีใบรับรองผลการสอบเทียบและสติ๊กเกอร์ติดรับรองไว้ที่ตัวเครื่อง อย่างไรก็ตามผู้ใช้ควรดูแลรักษาเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เช่น ไม่ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิสูง ระวังไม่ให้เกิดการตกกระแทก ตรวจสอบแบตเตอรี่สม่ำเสมอ ใช้หลอดที่สะอาดในการเป่า และระวังไม่ให้มีน้ำลายเป่าเข้าไปอยู่บริเวณหัววัดภายในเครื่อง เป็นต้น
 
 
ทั้งนี้ สถานีตำรวจ หรือหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการส่งเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยการเป่าลมหายใจ สามารถส่งสอบเทียบได้ที่ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ นนทบุรี และส่วนภูมิภาคส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา สระบุรี ชลบุรี และสงขลา โดยมีระยะเวลาการตรวจ 3-5 วันทำการ ราคาค่าตรวจวิเคราะห์เครื่องละ 1,000 บาท หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2951 0000 , 0 2589 9850-7 ต่อ 99956, 99770
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์