กรมวิทย์ฯ บูรณาการร่วมทุกภาคส่วน สนับสนุนการแก้ไขปัญหายาเสพติด

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
502
22 เมษายน 2567
กรมวิทย์ฯ บูรณาการร่วมทุกภาคส่วน สนับสนุนการแก้ไขปัญหายาเสพติด
 
วันนี้ (11 มีนาคม 2567) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดการประชุมสัมมนาผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้รับบริการ และบูรณาการแผนงานด้านยาเสพติดของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมีผู้บริหาร จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ วิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย. และผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โรงพยาบาลภาครัฐ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ โรงพยาบาลตำรวจ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลภาคเอกชน  เป็นต้น และเจ้าหน้าที่สำนักยาและวัตถุเสพติด ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน 
 
 
นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยยึดหลักการ “เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย” ให้เข้าสู่กระบวนการบำบัดและฟื้นฟู ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้มีความเข้มแข็ง ที่จะให้โอกาสผู้เสพยาเสพติดเป็นผู้ป่วย เพื่อกลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างปกติสุข ในส่วนของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้สนับสนุนการป้องกัน ปราบปราม แก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ โดยเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านวัตถุเสพติดของประเทศ ให้บริการตรวจพิสูจน์ของกลางยาเสพติด และสารเสพติดในปัสสาวะ ซึ่งนำผลทางห้องปฏิบัติการไปใช้ในการประกอบอรรถคดี บำบัดรักษา และเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของยาเสพติด รวมทั้ง ให้บริการทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการเครือข่าย เพื่อให้ห้องปฏิบัติการสมาชิกได้ดำเนินการตามระบบคุณภาพ และเพื่อประเมินความสามารถของห้องปฏิบัติการสมาชิก ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นหน่วยงานแห่งเดียวของประเทศในการเป็นผู้ดำเนินแผนการทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการ จำนวน 3 แผน ได้แก่ ด้านยา ด้านสารเสพติดในปัสสาวะ และยาเสพติดในของกลาง ได้การรับรองตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17043 : 2010 
 
 
ทั้งนี้ ผลการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดของสำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี พ.ศ. 2561-2565 รวมกว่า 557,481 ตัวอย่าง และปี พ.ศ.2566 ตรวจพิสูจน์สารเสพติด 53,443 ตัวอย่าง ผลิตสารควบคุมคุณภาพชุดทดสอบหาสารเสพติดในปัสสาวะ  2,894 ขวด ให้บริการทดสอบความชำนาญทางห้องปฏิบัติการเครือข่าย 750 แห่ง ทั้งนี้ จะเห็นว่ามีจำนวนตัวอย่างส่งตรวจลง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ซึ่งของกลาง ในข้อหาเสพ สามารถดำเนินคดีได้ โดยไม่ต้องตรวจวิเคราะห์ การปลดกัญชา พืชกระท่อม ออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และการส่งตรวจปัสสาวะ เพื่อการบำบัดรักษา เป็นระบบสมัครใจ 
 
 
“การประชุมสัมมนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานและการให้บริการ ด้านยาเสพติดของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ การแลกเปลี่ยนข้อมูล เสริมสร้างองค์ความรู้ ข้อกฎหมายรับฟังปัญหาอุปสรรค สร้างความมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในหลากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ นำมาพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการ ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีการประชุมกลุ่มย่อยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานด้านยาเสพติดเป็นไปในแนวทางเดียวกัน รวมถึงให้ความรู้ในประเด็นที่สังคมกำลังสนใจแก่ผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ มุ่งสู่เป้าหมายในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ”นายแพทย์ยงยศ กล่าว
 
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์