กรมวิทย์ฯ พัฒนาห้องปฏิบัติการอณูวิทยาชั้นสูง สนับสนุนการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,596
16 สิงหาคม 2560

          กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาห้องปฏิบัติการอณูวิทยาชั้นสูงสามารถตรวจวิเคราะห์ได้ทั้งโรคติดเชื้อและโรคไม่ติดเชื้อ ด้วยเทคนิคเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรมและเทคโนโลยีเอ็นจีเอส เพื่อรองรับโรคข้ามพรมแดน ภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข 

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  มีบทบาทในการเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงในการตรวจวินิจฉัยเชื้อโรค เฝ้าระวังสถานการณ์การระบาดของเชื้อโรคร้ายแรงต่างๆ ตลอดจนภัยคุกคามสุขภาพและสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ ทั้งจากโรคติดเชื้อและโรคไม่ติดเชื้อ  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้พัฒนาเพื่อรองรับการตรวจวินิจฉัยโรคให้ถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ โดยการจัดตั้งห้องปฏิบัติการอณูวิทยาชั้นสูง เป็นห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมโดยเทคนิคเพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม การหาลำดับนิวคลิโอไทด์ และเทคโนโลยีเอ็นจีเอส (Next generation sequencing technology) ที่มีความจำเพาะและความไวสูง โดยจัดตั้งที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขในส่วนกลาง และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 14 แห่งทั่วประเทศ รับผิดชอบครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ โดยใช้ระบบการบริหารจัดการและระบบการ ส่งต่อตัวอย่างที่สอดคล้องตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR 2005) ในการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการเพื่อรองรับโรคข้ามพรมแดนภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข



               อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการวินิจฉัยโรคร้ายแรง ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญแล้ว สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขยังตรวจวินิจฉัยโรคอุบัติใหม่ที่ไม่เคยพบในประเทศไทยมาก่อนและ  มีผลการศึกษาวิจัยน้อย ได้แก่ “โรคแมวข่วน” (cat scratch disease) อันมีสาเหตุจากเชื้อ Bartonella spp. โดยมีแมวเป็นสัตว์  รังโรคและ“หมัดแมว”เป็นพาหะนำเชื้อก่อโรค  คนมีโอกาสติดเชื้อผ่านรอยแผลถลอกที่เกิดจากการกัด ข่วนของแมว โดยคนปกติมักจะมีอาการไม่รุนแรง แต่จะมีอาการรุนแรงในคนที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำ อาการทั่วไปที่พบ ได้แก่ ผื่นแดง ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณใกล้รอยแผลกัด/ข่วน ไข้สูงลอย เจ็บคอ ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร อาเจียน ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ อาการตับม้ามโตและอาการทางสมองอักเสบได้ ประเทศไทยมีรายงานการพบเชื้อนี้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2551 โดยทีมนักวิจัยของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ได้ทำวิจัยเรื่อง การเฝ้าระวังเชิงรุกต่อเชื้อนี้ในสัตว์ฟันแทะในประเทศไทยโดยวิธี multispacer sequence typing (MST) และผลงานวิจัยนี้ได้รับรางวัลผลงานวิชาการยอดเยี่ยมของกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี 2559  การตรวจวินิจฉัยนี้ใช้ระยะเวลาในการเพาะแยกเชื้อ 7–45 วัน และตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ Bartonella spp. โดยวิธีอณูวิทยา รวมทั้งการตรวจหาลำดับเบสของสารพันธุกรรมเชื้อได้ด้วย 


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีความพร้อมในด้านวิชาการและศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยโรคชั้นสูง เพื่อรองรับปัญหาสุขภาพของประชาชนจากเชื้อโรคต่างๆ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต  


ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์