ไวรัสโรทาและไวรัสโนโร 2 ไวรัสตัวร้าย ทำเกิดโรคอุจจาระร่วง เเละอาหารเป็นพิษ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,280
22 เมษายน 2567

❌โรคอุจจาระร่วง และ อาหารเป็นพิษ ยังคงเป็นโรคที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมออีกโรคหนึ่งในประเทศไทย โรคนี้สามารถติดต่อได้จากคนสู่คน โดยการทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ซึ่งไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคอุจจาระร่วง และอาหารเป็นพิษมีหลากหลายชนิด เช่น ไวรัสโนโร ไวรัสโรทา ไวรัสเอนเทอริคอะดิโน ไวรัสซาโป และไวรัสแอสโตร เป็นต้น และจากข้อมูลของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข พบว่าในไทยไวรัสที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุด มีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ ไวรัสโนโร และ ไวรัสโรทา นั่นเอง

🤢ไวรัสโนโร (Norovirus,NOV) ประกอบด้วย 10 จีโนกรุ๊ป คือ GI - GX แต่ละจีโนกรุ๊ปยังสามารถแบ่งได้อีกหลายจีโนทัยป์(Genotype) และจีโนกรุ๊ปที่มักก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ คือ GI (จีโนกรุ๊ป 1) และ GII (จีโนกรุ๊ป 2) โดยเฉพาะ GII พบว่ามีอัตราการก่อโรคในคนได้สูงที่สุด อาการที่พบ ได้แก่ คลื่นไส้รุนแรง ปวดท้องและท้องร่วง ซึ่งมีอาการอาเจียนเป็นอาการเด่น และอาการร่วมอย่างอื่นที่พบ เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ และปวดกล้ามเนื้อ ปัจจุบันไวรัสโนโรยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ในการป้องกัน

🤢ไวรัสโรทา (Rotavirus) แบ่งออกเป็น 8 กรุ๊ป คือ A, B, C, D, E, F, G, H โดยกรุ๊ป A, B,  C และ Hจะก่อโรคในคน และ กรุ๊ป A เป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันสูงสุด อาการมักจะรุนแรงในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี มีอาการไข้ ปวดท้อง อาเจียน และถ่ายเหลว แต่มักจะหายได้เองภายใน 3-8 วัน ในผู้ป่วยบางรายอาจป่วยมีอาการรุนแรงจนต้องส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการขาดน้ำ หากรักษาไม่ทัน อาจทำให้เกิดภาวะช็อก และอาจเสียชีวิตได้ ในปัจจุบัน ไวรัสโรทามีวัคซีน ป้องกันได้แล้ว

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ให้บริการตรวจวินิจฉัยหาเชื้อในห้องปฏิบัติการ 2 ชนิด ได้แก่ ไวรัสโรทาและไวรัสโนโร ที่เป็นตัวการทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง และอาหารเป็นพิษ ด้วยวิธีการดังนี้ 

  • Polyacrylamide gel electrophoresis (PAGE) วิธีนี้สามารถแยกกลุ่มไวรัสโรทาที่พบว่าเป็นกลุ่มใด จากทั้งหมด 7 กลุ่ม

  • Conventional RT-PCR และ Real-time RT-PCR เป็นวิธีตรวจที่รวดเร็ว โดยชนิดตัวอย่างส่งตรวจ คือ อุจจาระ (Fresh stool) เก็บใส่ภาชนะที่สะอาด และปิดให้มิดชิด

นอกจากนี้ทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข สามารถตรวจหาเชื้อ ในตัวอย่างประเภทน้ำดื่ม น้ำใช้ ที่สงสัยว่าอาจเป็นแหล่งของการระบาดได้อีกด้วย

 

สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ประสานงานการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 02589 9850-7 ต่อ 99248, 99614 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์