ไวรัสโรทาและไวรัสโนโร 2 ไวรัสตัวร้าย ทำเกิดโรคอุจจาระร่วง เเละอาหารเป็นพิษ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,031
22 เมษายน 2567

โรคอุจจาระร่วง และ อาหารเป็นพิษ ยังคงเป็นโรคที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมออีกโรคหนึ่งในประเทศไทย โรคนี้สามารถติดต่อได้จากคนสู่คน โดยการทานอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ซึ่งไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคอุจจาระร่วง และอาหารเป็นพิษมีหลากหลายชนิด เช่น ไวรัสโนโร ไวรัสโรทา ไวรัสเอนเทอริคอะดิโน ไวรัสซาโป และไวรัสแอสโตร เป็นต้น และจากข้อมูลของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข พบว่าในไทยไวรัสที่มีบทบาทสำคัญมากที่สุด มีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ ไวรัสโนโร และ ไวรัสโรทา นั่นเอง

🤢ไวรัสโนโร (Norovirus,NOV) ประกอบด้วย 10 จีโนกรุ๊ป คือ GI - GX แต่ละจีโนกรุ๊ปยังสามารถแบ่งได้อีกหลายจีโนทัยป์(Genotype) และจีโนกรุ๊ปที่มักก่อให้เกิดโรคในมนุษย์ คือ GI (จีโนกรุ๊ป 1) และ GII (จีโนกรุ๊ป 2) โดยเฉพาะ GII พบว่ามีอัตราการก่อโรคในคนได้สูงที่สุด อาการที่พบ ได้แก่ คลื่นไส้รุนแรง ปวดท้องและท้องร่วง ซึ่งมีอาการอาเจียนเป็นอาการเด่น และอาการร่วมอย่างอื่นที่พบ เช่น ปวดศีรษะ มีไข้ และปวดกล้ามเนื้อ ปัจจุบันไวรัสโนโรยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ในการป้องกัน

🤢ไวรัสโรทา (Rotavirus) แบ่งออกเป็น 8 กรุ๊ป คือ A, B, C, D, E, F, G, H โดยกรุ๊ป A, B,  C และ Hจะก่อโรคในคน และ กรุ๊ป A เป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันสูงสุด อาการมักจะรุนแรงในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี มีอาการไข้ ปวดท้อง อาเจียน และถ่ายเหลว แต่มักจะหายได้เองภายใน 3-8 วัน ในผู้ป่วยบางรายอาจป่วยมีอาการรุนแรงจนต้องส่งโรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการขาดน้ำ หากรักษาไม่ทัน อาจทำให้เกิดภาวะช็อก และอาจเสียชีวิตได้ ในปัจจุบัน ไวรัสโรทามีวัคซีน ป้องกันได้แล้ว

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ให้บริการตรวจวินิจฉัยหาเชื้อในห้องปฏิบัติการ 2 ชนิด ได้แก่ ไวรัสโรทาและไวรัสโนโร ที่เป็นตัวการทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง และอาหารเป็นพิษ ด้วยวิธีการดังนี้ 

  • Polyacrylamide gel electrophoresis (PAGE) วิธีนี้สามารถแยกกลุ่มไวรัสโรทาที่พบว่าเป็นกลุ่มใด จากทั้งหมด 7 กลุ่ม

  • Conventional RT-PCR และ Real-time RT-PCR เป็นวิธีตรวจที่รวดเร็ว โดยชนิดตัวอย่างส่งตรวจ คือ อุจจาระ (Fresh stool) เก็บใส่ภาชนะที่สะอาด และปิดให้มิดชิด

นอกจากนี้ทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข สามารถตรวจหาเชื้อ ในตัวอย่างประเภทน้ำดื่ม น้ำใช้ ที่สงสัยว่าอาจเป็นแหล่งของการระบาดได้อีกด้วย

 

สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ประสานงานการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร. 02589 9850-7 ต่อ 99248, 99614 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์