กรมวิทย์ฯ ให้บริการ “สอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์จากลมหายใจ และ ตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด”

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,125
22 เมษายน 2567
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการ “สอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์จากลมหายใจ และ ตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด” 
เพื่อสนับสนุนการป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์
 
 
               นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การขับขี่รถขณะเมาสุราเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก มีการพบปะสังสรรค์ งานเลี้ยงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีการดื่มแล้วขับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ ให้บริการสอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ  และตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน  โดย สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการสอบเทียบเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ โดยใช้วัสดุอ้างอิงรับรองและสารมาตรฐาน ซึ่งได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 หากพบว่า เครื่องมีค่าความผิดพลาดเกินเกณฑ์มาตรฐานกำหนดจะทำการปรับตั้งค่าใหม่ เพื่อให้เครื่องสามารถตรวจวัดค่าปริมาณแอลกอฮอล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลการวัดที่ถูกต้องแม่นยำ และใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ซึ่งเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจควรต้องผ่านการสอบเทียบ ตามรอบระยะเวลา 6 เดือน โดยที่จะมีสติ๊กเกอร์ติดรับรองไว้ที่ตัวเครื่อง
 
               นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า ในกรณีผู้ขับขี่ที่รู้สึกตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ โดยเครื่องวัดแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ แต่บางรายอาจมีอาการบาดเจ็บรุนแรงจนไม่สามารถเป่าผ่านเครื่องวัดฯ ได้ จะทำการเจาะเลือดส่งตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหนังสือนำส่งตัวผู้ขับขี่ไปยังสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อทำการเจาะเลือดให้เร็วที่สุด (ระยะเวลามีผลต่อปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่ลดต่ำลง) ซึ่งการตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด เป็นวิธีการหนึ่งในการทดสอบว่าผู้ขับขี่เมาสุราหรือไม่ สถานพยาบาลและสถานีตำรวจสามารถส่งตัวอย่าง เพื่อตรวจวิเคราะห์ปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ที่ห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตัวอย่างที่เกิดเหตุและได้รับตัวอย่างระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2567 สามารถนำส่งตัวอย่างได้ทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. และ รายงานผลได้ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากได้รับตัวอย่าง  
 
 
             ทั้งนี้ จากข้อมูลผลการปฏิบัติงานการตรวจวิเคราะห์แอลกอฮอล์ในเลือด ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ที่ผ่านมา  พบมีตัวอย่างส่งตรวจ 842 ตัวอย่าง เป็นเพศชาย 673 ราย เพศหญิง 167 ราย และไม่ระบุเพศ 2 ราย มีอายุระหว่าง 10-85 ปี พบผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ 129 ราย โดยพบว่าในช่วงอายุ 20-29 ปี ประสบอุบัติเหตุมากที่สุด และช่วงอายุระหว่าง 30-59 ปี มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่ากฎหมายกำหนดในอัตราที่สูงกว่าช่วงอายุอื่นๆ นอกจากนี้ยังพบว่าพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ รถปิคอัพ และรถเก๋ง ตามลำดับ 
              “ด้วยความห่วงใย ขอฝากถึงประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด หรือเดินทางไปท่องเที่ยว  ก่อนออกเดินทางให้เตรียมร่างกายให้พร้อม ขับขี่รถยนต์ คาดเข็มขัดนิรภัย ขี่จักรยานยนต์ สวมหมวกกันน็อค ทุกครั้ง หากเดินทางระยะทางไกล ควรมีผู้ผลัดเปลี่ยนช่วยขับรถ เมื่อรู้สึกง่วงอย่าฝืนขับรถต่อ ให้แวะพักตามจุดพักรถ ปั้มน้ำมัน หรือจอดรถนอนในจุดที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการหลับใน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ขอให้ขับขี่ปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ ขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ” นายแพทย์ยงยศ กล่าว    
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-162618602.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมเครือข่ายห้องปฏิบัติการ RT-PCR เสริมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่–ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ทั่วประเทศ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับศักยภาพเครือข่ายห้องปฏิบัติการด้าน RT-PCR ในการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นทั้งในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีนพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการต่อโรคอุบัติใหม่”

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์