โรคลีเจียนเนลโลสิส (LEGIONELLOSIS) คืออะไร

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,615
22 เมษายน 2567
🤢โรคลีเจียนเนลโลสิส (LEGIONELLOSIS) คืออะไร ?🤢
 
 
 
 
 

โรคลีเจียนเนลโลสิส โรคนี้แน่นอนว่าหลายๆท่านอาจจะยังไม่เคยได้ยิน แต่ก็เป็นโรคที่ไม่ได้อยู่ไกลตัวพวกเรามากนัก เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้ สังเกตอาการ และวิธีป้องกันตนเองจากโรคนี้กันดีกว่าครับ

โรคลีเจียนเนลโลสิส (LEGIONELLOSIS) เป็นโรคติดเชื้อเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากร่างกายติดเชื้อแบคทีเรียในสกุล (Genus) Legionella spp. ซึ่งเป็นแบคทีเรียแกรมลบรูปแบบแท่ง โดยจะเป็นการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ เป็นเชื้อที่พบได้ตามแหล่งน้ำ ทั้งแหล่งน้ำตามธรรมชาติ และระบบหมุนเวียนน้ำภายในอาคาร พบได้ทุกกลุ่มอายุ แต่จะพบได้สูงสุดในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในผู้ชายที่สูบบุหรี่จัด ซึ่งพบในผู้ชายสูงกว่าในผู้หญิงประมาณ 2 เท่า สามารถก่อให้เกิดอาการได้ 2 รูปแบบ คือ โรคปอดอักเสบลีเจียนแนร์ (Legionnaires disease) และโรคไข้ปอนเตียก (Pontiac fever)

ซึ่งการติดต่อของโรค เกิดจากการสูดหายใจเอาละอองฝอยที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป แหล่งน้ำที่พบการปนเปื้อนเชื้อ เช่น น้ำจากหอผึ่งเย็น (cooling tower) ของระบบปรับอากาศ ฝักบัวอาบน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ สถานบริการต่างๆที่ต้องใช้ระบบหล่อเย็น และสถานที่เที่ยวบ่อน้ำพุร้อน เป็นต้น

❌กลุ่มเสี่ยง❌

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ได้แก่ ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ป่วยเอดส์

ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคพิษสุราเรื้อรัง

ผู้ที่สูบบุหรี่จัด

📍อาการของโรค

1. โรคไข้ปอนเตียก > อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ และมีไข้สูง ซึ่งอาการจะไม่รุนแรง โดยทั่วไปผู้ป่วยจะหายเองได้ภายใน 2-5 วัน

2. โรคปอดอักเสบลีเจียนแนร์ > อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ มีไข้สูง หนาวสั่น และอุจจาระร่วง ในรายที่รุนแรงตรวจพบปอดอักเสบ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้

📍การดูแลตนเอง และมาตรการป้องกัน📍

การดูแลตนเองที่สำคัญโดยเฉพาะบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสสัมผัสโรค เช่น จากการท่องเที่ยวบ่อน้ำพุร้อน การพักในโรงแรม การทำสปาน้ำอุ่น เป็นต้น เมื่อมีอาการเหมือนที่กล่าวข้างต้น ควรรีบไปพบแพทย์ ภายในไม่เกิน 1 - 2 วันนับจากมีอาการ

ดูแลความสะอาดของแหล่งน้ำต่างๆ ภายในอาคารอย่างสม่ำเสมอ

💉สามารถส่งตัวอย่างสารตรวจได้ที่ห้องปฏิบัติการ ดังนี้

ส่วนกลาง :
- ศูนย์ประสานงานการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ (ศปส.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี โทร. 0 2951 0000

ส่วนภูมิภาค :

- ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 สมุทรสงคราม โทร. 0 3471 1945-48

- ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี โทร. 03878 4006-7

- ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี โทร. 0 7735 5301-6

- ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11/1 ภูเก็ต โทร. 0 7660 0119-21

- ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12/1 ตรัง โทร. 0 7550 1052-3

 
 
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์