กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ - รามา - ศิริราช ร่วมประกันคุณภาพการตรวจวินิจฉัย และติดตามการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,377
14 พฤศจิกายน 2560

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือกับ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ร่วมกันทดสอบความชำนาญการตรวจวิเคราะห์ เพื่อวินิจฉัยโรคเบาหวานในประเทศไทย โดยนำร่องห้องปฏิบัติการสมาชิกทั้งภาครัฐและเอกชน 154 แห่ง ผลการตรวจมีความถูกต้องร้อยละ 83 มีความเที่ยงร้อยละ 91 ซึ่งได้ปรับปรุงจนสามารถให้ผลการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำ ช่วยแพทย์ตัดสินใจให้การรักษาและปรับยาได้เหมาะกับผู้ป่วย ส่งผลดีต่อการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน



นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อ (Non Communicable Diseases, NCDs) มีแนวโน้มพบจำนวนผู้ป่วยและมีอัตราการตายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง รองลงมาคือ โรคเบาหวาน กระทรวงสาธารณสุข จึงกำหนดมาตรการระยะยาว (พ.ศ. 2554–2568) เพื่อลดโรคไม่ติดต่อให้ประสบความสำเร็จ สำหรับโรคเบาหวานมีเป้าหมายว่าผู้ป่วยเบาหวานต้องควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40 โดยต้องมีการคัดกรองโรคเบาหวานในกลุ่มประชาชนทั่วไป เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง/ภาวะแทรกซ้อน ลดภาวะเบาหวานและอ้วน ไม่เกิน 6.9% ดังนั้นผลการตรวจน้ำตาลในเลือดทางห้องปฏิบัติการจะต้องมีความถูกต้องแม่นยำ เพื่อหาความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ตรวจติดตามสุขภาพประชาชนทั้งกลุ่มประชากรทั่วไปและกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานสำเร็จภายในปี พ.ศ. 2568

สำหรับประเทศไทย การตรวจวิเคราะห์ฮีโมโกลบินเอวันซี Hemoglobin A1c (HbA1c) ได้นำมาใช้เพื่อตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษา ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจให้การรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย แต่เนื่องจากวิธีการตรวจวิเคราะห์ HbA1c ในปัจจุบันมีความหลากหลาย ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ HbA1c โดยดำเนินแผนทดสอบความชำนาญการตรวจ HbA1c ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เพื่อประเมินผลการตรวจ HbA1c ของห้องปฏิบัติการสมาชิก โดยเปรียบเทียบกับค่ากำหนดที่ดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับนานาชาติภายใต้เครือข่าย International Federation of Clinical Chemistry (IFCC) เพื่อให้การตรวจวิเคราะห์ HbA1c มีความถูกต้องแม่นยำ นำไปใช้ประโยชน์ทางคลินิกต่อไป

 นายแพทย์สุขุม กล่าวต่ออีกว่า แผนทดสอบความชำนาญดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในการจัดเตรียมตัวอย่างทดสอบ และดำเนินงานสอดคล้องตามระบบมาตรฐานคุณภาพ ISO/IEC 17043 : 2010 ผลการนำร่องทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการสมาชิกทั้งภาครัฐและเอกชน 154 แห่ง พบว่า ผลการตรวจมีความถูกต้องร้อยละ 83 และมีความเที่ยงร้อยละ 91 คณะผู้ดำเนินการจึงได้ร่วมปรับปรุงจนสามารถให้ผลการตรวจที่ถูกต้องขึ้น 

“การเข้าร่วมแผนทดสอบความชำนาญจะทำให้ห้องปฏิบัติการสามารถนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงและพัฒนา คุณภาพการตรวจวิเคราะห์ให้มีความถูกต้องแม่นยำ ทำให้ผู้รับบริการมั่นใจในผลการตรวจวิเคราะห์ สามารถตรวจติดตามสุขภาพและความเสี่ยงประชาชนทั่วไปและกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจให้การรักษาและปรับขนาดยาที่เหมาะสมได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานสำเร็จตามเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข” นายแพทย์สุขุม กล่าว 

**ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์