กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ - รามา - ศิริราช ร่วมประกันคุณภาพการตรวจวินิจฉัย และติดตามการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,388
14 พฤศจิกายน 2560

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือกับ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ร่วมกันทดสอบความชำนาญการตรวจวิเคราะห์ เพื่อวินิจฉัยโรคเบาหวานในประเทศไทย โดยนำร่องห้องปฏิบัติการสมาชิกทั้งภาครัฐและเอกชน 154 แห่ง ผลการตรวจมีความถูกต้องร้อยละ 83 มีความเที่ยงร้อยละ 91 ซึ่งได้ปรับปรุงจนสามารถให้ผลการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำ ช่วยแพทย์ตัดสินใจให้การรักษาและปรับยาได้เหมาะกับผู้ป่วย ส่งผลดีต่อการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน



นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อ (Non Communicable Diseases, NCDs) มีแนวโน้มพบจำนวนผู้ป่วยและมีอัตราการตายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง รองลงมาคือ โรคเบาหวาน กระทรวงสาธารณสุข จึงกำหนดมาตรการระยะยาว (พ.ศ. 2554–2568) เพื่อลดโรคไม่ติดต่อให้ประสบความสำเร็จ สำหรับโรคเบาหวานมีเป้าหมายว่าผู้ป่วยเบาหวานต้องควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 40 โดยต้องมีการคัดกรองโรคเบาหวานในกลุ่มประชาชนทั่วไป เพื่อค้นหากลุ่มเสี่ยง/ภาวะแทรกซ้อน ลดภาวะเบาหวานและอ้วน ไม่เกิน 6.9% ดังนั้นผลการตรวจน้ำตาลในเลือดทางห้องปฏิบัติการจะต้องมีความถูกต้องแม่นยำ เพื่อหาความผิดปกติของระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ตรวจติดตามสุขภาพประชาชนทั้งกลุ่มประชากรทั่วไปและกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานสำเร็จภายในปี พ.ศ. 2568

สำหรับประเทศไทย การตรวจวิเคราะห์ฮีโมโกลบินเอวันซี Hemoglobin A1c (HbA1c) ได้นำมาใช้เพื่อตรวจวินิจฉัยและติดตามการรักษา ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจให้การรักษาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย แต่เนื่องจากวิธีการตรวจวิเคราะห์ HbA1c ในปัจจุบันมีความหลากหลาย ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการประกันคุณภาพห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ HbA1c โดยดำเนินแผนทดสอบความชำนาญการตรวจ HbA1c ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 เพื่อประเมินผลการตรวจ HbA1c ของห้องปฏิบัติการสมาชิก โดยเปรียบเทียบกับค่ากำหนดที่ดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับนานาชาติภายใต้เครือข่าย International Federation of Clinical Chemistry (IFCC) เพื่อให้การตรวจวิเคราะห์ HbA1c มีความถูกต้องแม่นยำ นำไปใช้ประโยชน์ทางคลินิกต่อไป

 นายแพทย์สุขุม กล่าวต่ออีกว่า แผนทดสอบความชำนาญดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในการจัดเตรียมตัวอย่างทดสอบ และดำเนินงานสอดคล้องตามระบบมาตรฐานคุณภาพ ISO/IEC 17043 : 2010 ผลการนำร่องทดสอบความชำนาญห้องปฏิบัติการสมาชิกทั้งภาครัฐและเอกชน 154 แห่ง พบว่า ผลการตรวจมีความถูกต้องร้อยละ 83 และมีความเที่ยงร้อยละ 91 คณะผู้ดำเนินการจึงได้ร่วมปรับปรุงจนสามารถให้ผลการตรวจที่ถูกต้องขึ้น 

“การเข้าร่วมแผนทดสอบความชำนาญจะทำให้ห้องปฏิบัติการสามารถนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงและพัฒนา คุณภาพการตรวจวิเคราะห์ให้มีความถูกต้องแม่นยำ ทำให้ผู้รับบริการมั่นใจในผลการตรวจวิเคราะห์ สามารถตรวจติดตามสุขภาพและความเสี่ยงประชาชนทั่วไปและกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยให้แพทย์ตัดสินใจให้การรักษาและปรับขนาดยาที่เหมาะสมได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้การดำเนินงานป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานสำเร็จตามเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข” นายแพทย์สุขุม กล่าว 

**ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์