กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผย ผลิตภัณฑ์กระชับช่องคลอด อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ใช้แล้วอาจก่อให้เกิดมะเร็ง

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
4,529
9 พฤษภาคม 2561


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างเกินจริงว่าใช้ทากระชับช่องคลอด เพราะนอกจากจะไม่มีสรรพคุณตามที่กล่าวอ้าง ยังอาจทำให้เกิดอาการแพ้ มีบาดแผลที่ปากมดลูก ทำให้มีโอกาสที่เซลล์จะกลายเป็นเซลล์มะเร็งในอนาคต

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์กระชับช่องคลอดหรือยากวาด ช่องคลอด ซึ่งจำหน่ายกันมากในสื่อออนไลน์ มักจะมีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เช่น  ทำให้ฟิต หรือกระชับ จำหน่ายในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือยาแผนโบราณ อาจแจ้งส่วนประกอบเป็นสมุนไพรซึ่งเป็นเท็จ เพื่อให้เข้าใจว่าสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียง ซึ่งรูปแบบที่พบได้แก่ ชนิดผง เม็ด ใช้เหน็บหรือกวาดช่องคลอด เจลและครีม ใช้ทาบริเวณช่องคลอด

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่อไปอีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับตัวอย่างผลิตภัณฑ์ยากวาดช่องคลอดมาตรวจ  มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาล แจ้งส่วนประกอบสำคัญคือ ว่านชักมดลูก ขมิ้นอ้อย ต้นธูปดำ รางจืด เปลือกทับทิม และตัวยาอื่นๆ โดยมีขายทางอินเตอร์เน็ต ผลการตรวจวิเคราะห์พบสารสำคัญในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว 3 ชนิด ได้แก่ โยฮิมบี (Yohimbine) , วินคามีน (Vincamine) และ อะรีโคลีน (Arecoline) แต่ไม่พบสารสำคัญตามที่แจ้งแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังพบว่าตัวอย่างที่ได้รับมีความเป็นกรดสูงมาก ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง

สำหรับ โยฮิมบี (Yohimbine) เป็นสารสกัดจากเปลือกไม้โยฮิมบี เป็นพืชพื้นเมืองที่มีถิ่นฐานในประเทศไนจีเรีย และแคมเมอรูน กล่าวอ้างว่าใช้เพื่อเพิ่มอารมณ์ทางเพศ จัดอยู่ในผลิตภัณฑ์อันตราย องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและในสหภาพยุโรป (EU) ได้บรรจุโยฮิมบีอยู่ในบัญชีรายชื่อส่วนประกอบที่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของสหภาพยุโรป ตั้งแต่ปี 2558 เนื่องจากไม่สามารถลงความเห็น ได้ว่า โยฮิมบี มีความปลอดภัยเมื่อนำมาใช้เป็นส่วนประกอบอาหาร รวมถึงมีอาการ อันไม่พึงประสงค์ เช่น เหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน กระสับกระส่าย ความดันโลหิตสูง หากได้รับในปริมาณมากและระยะเวลานาน อาจทำให้หัวใจวาย ไตวาย และเสียชีวิตได้ วินคามีน (Vincamine) เป็นสารอัลคาลอยด์จากพืช ชื่อ Vinca minor L มีผลทำให้หลอดเลือดขยายตัว อาจเพิ่มความรู้สึกทางเพศเมื่อใช้ทาภายนอกในเพศหญิง มีผลข้างเคียงทำให้ความดันโลหิตต่ำ และไม่ควรใช้ในผู้ป่วยโรคตับและโรคหัวใจ อะรีโคลีน (Arecoline) เป็น   สารอัลคาลอยด์จากต้นหมาก สามารถกระตุ้นระบบประสาท ทำให้ร่างกายตื่นตัว มีโครงสร้างคล้ายกับสารนิโครตินถ้าใช้ในปริมาณสูงมากๆ จะขับประจำเดือนและอาจทำให้แท้งบุตรได้ ผลข้างเคียง คือ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ตาพร่า เหงื่อออกมาก กระสับกระส่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

“อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของช่องคลอดนั้น มีความยืดหยุ่นเป็นปกติอยู่แล้ว ปัญหาการไม่ฟิต ไม่กระชับในผู้หญิง ที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แม่หลังคลอด หรือผู้สูงอายุที่มีปัญหากลั้นปัสสาวะไม่ได้ เมื่อไอ จาม มดลูกหย่อนเมื่อเข้าวัยชรา สามารถบริหารกล้ามเนื้อบริเวณนั้นให้ฟิตกระชับได้ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้บริเวณช่องคลอด เพราะไม่ได้สรรพคุณ ตามที่กล่าวอ้างจริง อาจทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง เกิดเป็นแผลพุพอง แสบคัน และอาจเกิดแผลที่ปากมดลูก ซึ่งมีโอกาสที่เซลล์จะกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ในอนาคต” นายแพทย์สุขุม กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์