กรมวิทย์ฯ ร่วมเครือข่ายตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Test ตั้งเป้าตรวจหญิงไทย 30-60 ปี 1 ล้านคน ภายในปี 67 เริ่ม ธ.ค. นี้ ทั่วประเทศ

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2,607
22 เมษายน 2567

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยายาศาสตร์การแพทย์  กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สนับสนุนนโยบายมะเร็งครบวงจรของกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ด้วยวิธีเอชพีวี ดีเอ็นเอ เทส (HPV DNA Test) แบบแยก 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูง ให้กับสตรีไทย อายุ 30-60 ปี จากข้อมูลภาพรวมของประเทศสตรีไทยที่จะต้องตรวจคัดกรองภายใน 5 ปี (พ.ศ. 2564-2568) จำนวน 15,677,638 คน โดยในปี พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา มีเป้าหมาย 3,135,528 คน แต่ได้รับการตรวจคัดกรองเพียง 613,254 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 19.6 เท่านั้น ซึ่งเป็นงานที่ต้องเร่งรัด (Quick win) เนื่องจากพบว่ายังมีสตรีไทยไม่ได้ตรวจจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน          

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา สปสช. ได้เห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Test ให้กับสตรีไทย อายุ 30-60 ปี ครอบคลุมทุกสิทธิ์ทั่วประเทศฟรี จากเดิมที่เคยใช้การตรวจ ด้วยวิธีแปปสเมียร์ (Pap smear) หรือวีไอเอ (VIA) ซึ่งเป็นไปตามข้อแนะนำการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิผลของบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Test เป็นการตรวจในระดับโมเลกุลที่มีความถูกต้อง แม่นยำและมีความไวที่สูงกว่าการตรวจด้วยวิธีแปปสเมียร์ สามารถระบุสายพันธุ์ของเชื้อ HPV ความเสี่ยงสูงทั้ง 14 สายพันธุ์ หรือมากกว่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก อาทิ สายพันธุ์ 16 และสายพันธุ์ 18 ที่พบเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกสูงถึง 70% กรณีตรวจไม่พบเชื้อไวรัส HPV สามารถเว้นการตรวจซ้ำได้ถึง 5 ปี ให้ความแม่นยำในการตรวจเจอการติดเชื้อสูง สามารถตรวจค้นหาผู้ป่วยได้ในระยะก่อนที่จะเกิดเป็นมะเร็งปากมดลูก ทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่การรักษา ป้องกันได้ก่อนที่จะพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูก การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ตรวจพบผู้ป่วยในระยะแรกเริ่มเพิ่มขึ้น และเข้าสู่การรักษาได้โดยเร็วก่อนลุกลาม ช่วยลดอุบัติการณ์ และการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูก เมื่อเทียบกับการตรวจด้วยวิธีแปปสเมียร์ นอกจากนี้ การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี HPV DNA Test สามารถใช้ตรวจตัวอย่างที่สตรีไทยเก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง ไม่ต้องขึ้นขาหยั่งให้แพทย์ตรวจ  ลดความเขินอาย และหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกเข้ารับการตรวจคัดกรองในหน่วยบริการที่อยู่ห่างไกลด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกัน 

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า ในปี พ.ศ.2566 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ ได้พัฒนารูปแบบการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเชิงรุก โดยใช้ชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเอง (HPV Self-Sampling) ในจังหวัดชัยนาท เป็นพื้นที่นำร่อง เน้นการทำงานแบบบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด มีการพัฒนาอบรมให้ความรู้ อสม. ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญ ในการให้ความรู้สตรีในชุมชน เคาะประตูบ้าน กระตุ้นให้สตรีกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการตรวจคัดกรอง และช่วยในการติดตามให้ผู้ที่พบผลเสี่ยงสูงได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จนทำให้จังหวัดชัยนาทมีอัตราการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีไทย อายุ 30-60 ปี เป็นอันดับ 1 ของประเทศ และสามารถนำไปขยายผลให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่อื่นๆ  


 “ขณะนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั้ง 15 แห่ง ได้อบรมบุคลากรด้วยการเสริมสร้างองค์ความรู้เชิงเทคนิคและควบคุมคุณภาพการตรวจทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งพัฒนาศักยภาพ อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสม.นักวิทย์) ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 21,889 คน กระจายอยู่ในทุกตำบลทั่วประเทศ ให้มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับการใช้ชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเอง ตลอดจนความรู้เรื่องโรคมะเร็งปากมดลูก การป้องกัน และการรักษา เพื่อที่จะนำไปถ่ายทอดให้กับสตรีกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ตนเองตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยบูรณาการดำเนินงานร่วมกันกับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการตรวจคัดกรอง และป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก อันจะนำมาเพื่อการเข้าถึงการรักษาและลดความเสี่ยง ตลอดจนการเสียชีวิตของสตรีไทย 

โดยจะเริ่มดำเนินการเก็บตัวอย่างตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 นี้ เป็นต้นไป พร้อมกันทั่วประเทศทั้ง 13 เขตสุขภาพ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้สตรีไทยได้รับการตรวจคัดกรอง จำนวน 1,000,000 ตัวอย่าง ภายในปี 2567 ซึ่งจะช่วยให้สตรีไทยเข้าถึงบริการ ได้อย่างครอบคลุม ทั่วถึงในทุกพื้นที่ นอกจากนี้ยังจะได้ข้อมูล Big Data ที่จะสนับสนุนการดำเนินงานทางการแพทย์และสาธารณสุขไทย ก้าวสู่การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine)” นายแพทย์ยงยศ กล่าว

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์