กรมวิทย์ฯ ถ่ายทอดเทคโนโลยีกรรมวิธีผลิตวัสดุอ้างอิง การตรวจติดตามการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
580
22 เมษายน 2567

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีกรรมวิธีผลิตวัสดุอ้างอิง การตรวจติดตามการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี
และการตรวจเชื้อถ่ายทอดทางเลือด แก่ภาคเอกชนนำไปผลิตรองรับแล็บทั้งในและต่างประเทศ

วันนี้ (9 เม.ย.67) ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีกับบริษัท วีเมด แล็บ เซ็นเตอร์ จำกัด จำนวน 2 สัญญา ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตวัตถุทดสอบชนิดแห้งจากน้ำเพาะเลี้ยงเซลล์ 8E5 สำหรับตรวจหาปริมาณเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด ด้วยเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ และเทคโนโลยีการผลิตวัสดุอ้างอิง การตรวจเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส ทางซีโรโลยี รองรับความต้องการของห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อถ่ายทอดทางการให้เลือดทั่วประเทศไทยและขยายสู่ประเทศอื่นในระดับภูมิภาค

 นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ศึกษาวิเคราะห์วิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข  สามารถนำนวัตกรรมถ่ายทอดไปสู่ภาคเอกชนเพื่อนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ โดยนวัตกรรมทั้ง 2 เรื่องนี้ พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ด้านการควบคุมคุณภาพการตรวจทางห้องปฏิบัติการของเชื้อถ่ายทอดทางการให้เลือด ซึ่งเป็นเชื้อที่สำคัญที่ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลจำเป็นต้องตรวจหา ได้แก่ เชื้อเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และซิฟิลิส

นายแพทย์ยงยศ  กล่าวอีกว่า กระบวนการผลิตวัตถุทดสอบชนิดแห้งจากน้ำเพาะเลี้ยงเซลล์ 8E5 สำหรับตรวจหาปริมาณเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด ด้วยเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ เป็นการสร้างนวัตกรรมจากแนวคิดที่ว่า ปัจจุบันวัตถุทดสอบสำหรับควบคุมคุณภาพทางห้องปฏิบัติการยังไม่มีการผลิตในประเทศ เนื่องจากการผลิตวัตถุทดสอบจากพลาสมาผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีข้อจำกัด เรื่องปริมาณการผลิตความคงตัวต่ำ ต้องควบคุมอุณหภูมิการขนส่งและการเก็บรักษา  วัตถุทดสอบต้องผ่านการรับรองมาตฐานที่เกี่ยวข้อง ทีมผู้วิจัยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงพัฒนาวิธีเตรียมวัตถุทดสอบจากน้ำเพาะเลี้ยงเซลล์และพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบแห้ง ดังนั้นจึงได้วัตถุทดสอบที่ไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ มีความคงตัวในการขนส่งและเก็บรักษา ลดความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการจัดส่งวัตถุทดสอบ ซึ่งได้นำไปพัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สำหรับเทคโนโลยีการผลิตวัสดุอ้างอิง การตรวจเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส ทาง ซีโรโลยี ทีมผู้วิจัยได้พัฒนาวัสดุอ้างอิง เพื่อใช้เป็นตัวอย่างควบคุมคุมภาพ และตัวอย่างสำหรับประเมินความสามารถในการตรวจเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส ทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งวัสดุอ้างอิงดังกล่าวมีความคงทน คงตัว เป็นของเหลวพร้อมใช้งาน สามารถจัดเก็บที่อุณหภูมิ 2-8 0C เป็นเวลา 1 ปี โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เปิดให้บริการผลิตวัสดุอ้างอิงดังกล่าว เพื่อใช้เป็นตัวอย่างควบคุมคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ในงานประจำวัน และวัตถุทดสอบความชำนาญแก่ห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อถ่ายทอดทางการให้เลือดมากกว่า 1,300 แห่ง เป็นประจำทุกปี

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202611091789092425354666245-8225.jpg
สาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award ภายในปี 2569 ลดค่าใช้จ่ายด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ถึง 658 ล้านบาท พร้อมชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบ บริหารค่าแล็บคุ้มค่า

กระทรวงสาธารณสุขมอบรางวัล Lab Cost Efficiency Excellence Award เชิดชู 10 โรงพยาบาลต้นแบบที่มีผลการดำเนินงานดีเด่นระดับประเทศ ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การตรวจอย่างสมเหตุผล ตรวจที่จำเป็นและเหมาะสม และการจัดซื้อในราคาที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจวินิจฉัยที่มีมาตรฐาน ระบบสุขภาพสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202631081788165046699687395-8219.jpg
กรมวิทย์ฯ ยกระดับมาตรฐานโรงแรม 3 จังหวัดอันดามัน มอบประกาศนียบัตร 109 แห่ง ขับเคลื่อน โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ด้วย 3 C สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และมอบประกาศนียบัตร ตามโครงการ “โรงแรมสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ภายใต้ 3C : Clean Bed, Clean Air, Clean Food ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมมอบประกาศนียบัตร ตราสัญลักษณ์ DMSc Certified แก่โรงแรมที่ผ่านการดำเนินงานตามโครงการ จำนวน 109 แห่ง มุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านสุขอนามัย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ควบคู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์