กรมวิทย์ฯ ถ่ายทอดเทคโนโลยีกรรมวิธีผลิตวัสดุอ้างอิง การตรวจติดตามการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
548
22 เมษายน 2567

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีกรรมวิธีผลิตวัสดุอ้างอิง การตรวจติดตามการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี
และการตรวจเชื้อถ่ายทอดทางเลือด แก่ภาคเอกชนนำไปผลิตรองรับแล็บทั้งในและต่างประเทศ

วันนี้ (9 เม.ย.67) ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีกับบริษัท วีเมด แล็บ เซ็นเตอร์ จำกัด จำนวน 2 สัญญา ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตวัตถุทดสอบชนิดแห้งจากน้ำเพาะเลี้ยงเซลล์ 8E5 สำหรับตรวจหาปริมาณเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด ด้วยเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ และเทคโนโลยีการผลิตวัสดุอ้างอิง การตรวจเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส ทางซีโรโลยี รองรับความต้องการของห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อถ่ายทอดทางการให้เลือดทั่วประเทศไทยและขยายสู่ประเทศอื่นในระดับภูมิภาค

 นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ศึกษาวิเคราะห์วิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข  สามารถนำนวัตกรรมถ่ายทอดไปสู่ภาคเอกชนเพื่อนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ โดยนวัตกรรมทั้ง 2 เรื่องนี้ พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ด้านการควบคุมคุณภาพการตรวจทางห้องปฏิบัติการของเชื้อถ่ายทอดทางการให้เลือด ซึ่งเป็นเชื้อที่สำคัญที่ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลจำเป็นต้องตรวจหา ได้แก่ เชื้อเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และซิฟิลิส

นายแพทย์ยงยศ  กล่าวอีกว่า กระบวนการผลิตวัตถุทดสอบชนิดแห้งจากน้ำเพาะเลี้ยงเซลล์ 8E5 สำหรับตรวจหาปริมาณเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด ด้วยเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ เป็นการสร้างนวัตกรรมจากแนวคิดที่ว่า ปัจจุบันวัตถุทดสอบสำหรับควบคุมคุณภาพทางห้องปฏิบัติการยังไม่มีการผลิตในประเทศ เนื่องจากการผลิตวัตถุทดสอบจากพลาสมาผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีข้อจำกัด เรื่องปริมาณการผลิตความคงตัวต่ำ ต้องควบคุมอุณหภูมิการขนส่งและการเก็บรักษา  วัตถุทดสอบต้องผ่านการรับรองมาตฐานที่เกี่ยวข้อง ทีมผู้วิจัยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงพัฒนาวิธีเตรียมวัตถุทดสอบจากน้ำเพาะเลี้ยงเซลล์และพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบแห้ง ดังนั้นจึงได้วัตถุทดสอบที่ไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ มีความคงตัวในการขนส่งและเก็บรักษา ลดความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการจัดส่งวัตถุทดสอบ ซึ่งได้นำไปพัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

สำหรับเทคโนโลยีการผลิตวัสดุอ้างอิง การตรวจเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส ทาง ซีโรโลยี ทีมผู้วิจัยได้พัฒนาวัสดุอ้างอิง เพื่อใช้เป็นตัวอย่างควบคุมคุมภาพ และตัวอย่างสำหรับประเมินความสามารถในการตรวจเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส ทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งวัสดุอ้างอิงดังกล่าวมีความคงทน คงตัว เป็นของเหลวพร้อมใช้งาน สามารถจัดเก็บที่อุณหภูมิ 2-8 0C เป็นเวลา 1 ปี โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เปิดให้บริการผลิตวัสดุอ้างอิงดังกล่าว เพื่อใช้เป็นตัวอย่างควบคุมคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ในงานประจำวัน และวัตถุทดสอบความชำนาญแก่ห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อถ่ายทอดทางการให้เลือดมากกว่า 1,300 แห่ง เป็นประจำทุกปี

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์