76 ปี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สู่การเปลี่ยนแปลง พัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ นำประโยชน์สู่ประชาชน

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,582
12 มีนาคม 2561


        กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สานต่อไทยแลนด์ 4.0 พัฒนาองค์ความรู้ วิจัยผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภูมิปัญญาสู่ภาคธุรกิจ สนับสนุนการแพทย์ครบวงจรด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์มุ่งขับเคลื่อนให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ 1 ใน 3 ของเอเชีย

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวในวาระกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ครบรอบ 76 ปี ว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สู่การเปลี่ยนแปลง เพื่อบรรลุเป้าหมายใน 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม พร้อมกับประกาศเจตจำนงการบริหารด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตประจำปี 2561 เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการบริหารงานให้สำเร็จตามพันธกิจของหน่วยงานอย่างมีธรรมาภิบาล ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีภารกิจสำคัญ 3 ด้านคือ พัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ (Innovation) สนับสนุนระบบบริการสุขภาพ (Technology Support) คุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Protection)  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีนโยบายเน้นหนัก 3 ข้อหลัก คือ 1.ด้านความมั่นคง เน้นความมั่นคงด้านสุขภาพของประชาชน การดูแลสุขภาพให้มีมาตรฐานและเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ โดยการพัฒนามาตรฐาน 3 ด้านคือ มาตรฐานห้องปฏิบัติการทุกระดับ มาตรฐานการตรวจ และมาตรฐานของน้ำยาและชุดทดสอบทางห้องปฏิบัติการ 2.ความมั่งคั่ง ส่งเสริม สนับสนุนนโยบายอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ที่สำคัญคือเรื่อง Biopharmaceuticals ยาที่ผลิต ในประเทศไทยให้มีการพัฒนาเพื่อให้ได้มาตรฐานสากล มีการพัฒนาห้องปฏิบัติการการต่างๆ เช่น ศูนย์สัตว์ทดลอง เพื่อให้ได้ OECD GLP รองรับการพัฒนายาให้สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ และ 3.ความยั่งยืน ส่งเสริมการพัฒนาสินค้าพื้นฐานจากสินค้าเกษตรพื้นฐานธรรมดาให้เป็นสินค้าสมัยใหม่หรือ Smart Product โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า (Value Added) รวมทั้งเป็นหน่วยงานที่จะตรวจสอบมาตรฐานสำหรับการส่งออกของผลิตภัณฑ์เกษตรสมัยใหม่ได้ เพื่อสนองนโยบายพัฒนา Smart Farmer 

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า การขับเคลื่อนนโยบายแบ่งออกเป็น 3 ระยะคือ ระยะใกล้  (1-5ปี) ระยะกลาง (5-10ปี) และระยะยาว (10-20ปี) เพื่อมุ่งหวังผลสัมฤทธิ์ในอีก 20 ปีข้างหน้า คือ การผลิตยาชีววัตถุและการควบคุมคุณภาพยาชีววัตถุคล้ายคลึงของไทย ได้รับการยอมรับในระดับอาเซียน และเอเชีย การใช้ข้อมูลพันธุกรรม เพื่อผลทางคลินิก มีกฎหมายคุ้มครอง และมีหน่วยงานกำกับดูแล การเจ็บป่วยจากเชื้อดื้อยาลดลงร้อยละ 50 ประเทศไทยสร้างรายได้เข้าประเทศ จากอุตสาหกรรมการแพทย์ที่เป็นผลมาจากการวิจัยราว 500,000 ล้านบาท ห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศไทย มีความสามารถในระดับ 1-3 ของเอเชียเทียบเท่าสหรัฐอเมริกา ยุโรปและญี่ปุ่น สร้างความมั่งคั่ง และรักษาสมบัติชาติจากมรดกภูมิปัญญาไทยด้านสมุนไพร ประชาชนได้รับการคุ้มครองผู้บริโภคที่เหมาะสม มีอายุขัยเฉลี่ยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  และสามารถพัฒนาผู้ประกอบการด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้ GDP ของวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (SMEs) สูงกว่าร้อยละ 50 ของ GDP รวมทั้งประเทศ

“กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 4.0 มีเป้าหมายสำคัญ คือ การทำให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ 1 ใน 3 ของเอเชีย ประชาชนมีสุขภาพดี สร้างรายได้/ลดค่าใช้จ่ายให้ประเทศไทย 2 ล้านล้านบาทต่อปี” นายแพทย์สุขุมกล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์