ภูเก็ต เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
358
22 เมษายน 2567

ภูเก็ต เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

“รวมพลังสตรีภูเก็ต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากวันพ่อถึงวันแม่”

 

 

 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “รวมพลังสตรีภูเก็ต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากวันพ่อถึงวันแม่” โดยมีหน่วยงานร่วมดำเนินงาน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขตสุขภาพที่ 11  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11/1 ภูเก็ต  โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และภาคเอกชน เพื่อให้สตรีไทยมีสุขภาพดี ปลอดจากมะเร็งปากมดลูก เพิ่มความเข้มแข็งด้านการดูแลสุขภาพประชาชน ส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม  2566 ณ ห้องประชุมคอซิมบี้ อาคาร 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า  ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ ล้วนมีจิตใจตั้งมั่นเพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่พระองค์ทรงมีต่อการแพทย์การสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสุขอนามัย พระองค์ทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริต่างๆ ครอบคลุมทั้งงานด้านการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การรักษาโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ และช่วยเหลือสนับสนุนการบริหารงานโรงพยาบาล ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร ให้มีความสามารถในการปฏิบัติงาน เพื่อให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติส่วนรวม จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดภูเก็ต จัดโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “รวมพลังสตรีภูเก็ต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากวันพ่อถึงวันแม่”

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า โรคมะเร็งปากมดลูก คือหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญสำหรับสตรีทั่วโลก และการตรวจคัดกรองเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันและรักษาโรคนี้ได้ทันท่วงที ในปี 2563 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้มีนโยบายให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA testing เป็นสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ประชาชนหญิงไทยอายุ 30-60 ปี ตรวจทุกๆ 5ปี   เพื่อทดแทนการตรวจด้วยวิธีแปปสเมียร์ หรือ วีไอเอ ซึ่งวิธี  HPV DNA testing เป็นวิธีการตรวจที่แม่นยำสูง รวดเร็ว สามารถระบุการติดเชื้อ HPV รวมถึงการตรวจจำแนก HPV แต่ละสายพันธุ์เสี่ยงสูงก่อมะเร็งปากมดลูก รวมทั้งสามารถเก็บตัวอย่างได้ด้วยตนเอง (HPV Self-Sampling) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมาก ทั้งการเก็บตัวอย่างถูกต้อง ความพึงพอใจสูงมากกว่าร้อยละ 98 และเป็นการสนับสนุน นโยบายมะเร็งครบวงจรของกระทรวงสาธารณสุขให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

 

 

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ ได้กำหนดให้  การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจากการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองแบบแยกสายพันธุ์ เป็นโครงการขับเคลื่อนสำคัญของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์โดยกำหนดเป้าหมาย หนึ่งล้านรายทั่วประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567  ซึ่งการเฝ้าระวังส่งเสริมการตรวจคัดกรองช่วยให้ตรวจเจอตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพิ่มโอกาสในการรักษาหายขาดได้ เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลาม สตรีไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า ปลอดจากมะเร็งปากมดลูกเพิ่มความเข้มแข็งด้านการดูแลสุขภาพประชาชน ส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งนี้หญิงไทยอายุ 30 – 60 ปี สามารถสอบถามรายละเอียดการตรวจคัดกรองได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน

ด้านนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า องค์การบริหารจังหวัดภูเก็ต มีนโยบายระบบบริการสาธารณะด้านสาธารณสุขของเมืองปลอดภัย “Safety Cities” สอดคล้องกับคำว่า “Healthy Cities” ขององค์การอนามัยโลก หรือเมืองสุขภาพดี โดยมีระบบการดูแลสุขภาวะของประชาชนที่ดีและมีระบบบริการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม ตอบสนองนโยบาย ใช้บัตรประชาชนใบเดียวคัดกรองรักษาได้ทุกแห่ง ของกระทรวงสาธารณสุข ยกระดับ ระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ให้ทันสมัย ทันเวลาจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคัดกรองสุขภาพสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จึงจัดโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “รวมพลังสตรีภูเก็ต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากวันพ่อถึงวันแม่” ภายใต้กรอบความร่วมมือพหุภาคี “ความร่วมมือที่ไร้รอยต่อ ภูเก็ตรวมใจ ไร้มะเร็งปากมดลูก” โดยมีหน่วยงานร่วมดำเนินงาน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขตสุขภาพที่ 11  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 

นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จะร่วมกันผลักดันให้ประชากรสตรีชาวภูเก็ตได้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง สามารถระบุสายพันธุ์เสี่ยงสูงของเชื้อไวรัส HPV ได้ เป็นข้อมูลทางด้านระบาดวิทยาให้กับสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต สนับสนุนข้อมูลพัฒนาวัคซีนที่ตรงกับสายพันธุ์การระบาดในประเทศ โดยเป้าหมายหลักของเราคือการเพิ่ม   ความตระหนักรู้และส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการป้องกันและรักษาโรคนี้ได้ทันท่วงที สามารถเพิ่มการเข้าถึงระบบสาธารณสุขการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของประชาชนได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เรามั่นใจว่าสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในจังหวัดภูเก็ตของเรา 

 

 

สำหรับหญิงไทยอายุ 30 – 60 ปี ในจังหวัดภูเก็ต สามารถรับบริการได้ที่ รพ.สต.ทุกแห่งในจังหวัด โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลป่าตอง โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต

นายแพทย์วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เป็นโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัดภูเก็ต ขนาด 551 เตียง ให้บริการทางการแพทย์ระดับตติยภูมิและเฉพาะทางขั้นสูง ครอบคลุมถึงระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ มีนโยบาย Smart Hospital Smart Service ให้บริการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนครบวงจร เพื่อเสริมสร้างสุขภาพการป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต โรงพยาบาลพร้อมสนับสนุนกำลังสำคัญบุคลากรทางการแพทย์และทรัพยากรที่จำเป็นตอบสนองนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมเจตนารมณ์ตามโครงการ “รวมพลังสตรีภูเก็ต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากวันพ่อถึงวันแม่” เพิ่มศักยภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยวิธี HPV DNA Testing   แบบระบุ 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูงให้ครอบคลุม ให้สตรีภูเก็ตกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการตรวจคัดกรองอย่างทั่วถึง และการให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและรวมถึงการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-162618602.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมเครือข่ายห้องปฏิบัติการ RT-PCR เสริมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่–ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ทั่วประเทศ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับศักยภาพเครือข่ายห้องปฏิบัติการด้าน RT-PCR ในการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นทั้งในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีนพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการต่อโรคอุบัติใหม่”

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์