ภูเก็ต เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
390
22 เมษายน 2567

ภูเก็ต เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

“รวมพลังสตรีภูเก็ต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากวันพ่อถึงวันแม่”

 

 

 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “รวมพลังสตรีภูเก็ต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากวันพ่อถึงวันแม่” โดยมีหน่วยงานร่วมดำเนินงาน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขตสุขภาพที่ 11  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11/1 ภูเก็ต  โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และภาคเอกชน เพื่อให้สตรีไทยมีสุขภาพดี ปลอดจากมะเร็งปากมดลูก เพิ่มความเข้มแข็งด้านการดูแลสุขภาพประชาชน ส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม  2566 ณ ห้องประชุมคอซิมบี้ อาคาร 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า  ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ ล้วนมีจิตใจตั้งมั่นเพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่พระองค์ทรงมีต่อการแพทย์การสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสุขอนามัย พระองค์ทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริต่างๆ ครอบคลุมทั้งงานด้านการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ การรักษาโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อดูแลสุขภาพให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ และช่วยเหลือสนับสนุนการบริหารงานโรงพยาบาล ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร ให้มีความสามารถในการปฏิบัติงาน เพื่อให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติส่วนรวม จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดภูเก็ต จัดโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “รวมพลังสตรีภูเก็ต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากวันพ่อถึงวันแม่”

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า โรคมะเร็งปากมดลูก คือหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญสำหรับสตรีทั่วโลก และการตรวจคัดกรองเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการป้องกันและรักษาโรคนี้ได้ทันท่วงที ในปี 2563 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้มีนโยบายให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA testing เป็นสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ประชาชนหญิงไทยอายุ 30-60 ปี ตรวจทุกๆ 5ปี   เพื่อทดแทนการตรวจด้วยวิธีแปปสเมียร์ หรือ วีไอเอ ซึ่งวิธี  HPV DNA testing เป็นวิธีการตรวจที่แม่นยำสูง รวดเร็ว สามารถระบุการติดเชื้อ HPV รวมถึงการตรวจจำแนก HPV แต่ละสายพันธุ์เสี่ยงสูงก่อมะเร็งปากมดลูก รวมทั้งสามารถเก็บตัวอย่างได้ด้วยตนเอง (HPV Self-Sampling) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมาก ทั้งการเก็บตัวอย่างถูกต้อง ความพึงพอใจสูงมากกว่าร้อยละ 98 และเป็นการสนับสนุน นโยบายมะเร็งครบวงจรของกระทรวงสาธารณสุขให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

 

 

ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และเครือข่ายศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ ได้กำหนดให้  การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจากการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองแบบแยกสายพันธุ์ เป็นโครงการขับเคลื่อนสำคัญของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์โดยกำหนดเป้าหมาย หนึ่งล้านรายทั่วประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567  ซึ่งการเฝ้าระวังส่งเสริมการตรวจคัดกรองช่วยให้ตรวจเจอตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพิ่มโอกาสในการรักษาหายขาดได้ เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาในระยะลุกลาม สตรีไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า ปลอดจากมะเร็งปากมดลูกเพิ่มความเข้มแข็งด้านการดูแลสุขภาพประชาชน ส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ทั้งนี้หญิงไทยอายุ 30 – 60 ปี สามารถสอบถามรายละเอียดการตรวจคัดกรองได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือ โรงพยาบาลใกล้บ้าน

ด้านนายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า องค์การบริหารจังหวัดภูเก็ต มีนโยบายระบบบริการสาธารณะด้านสาธารณสุขของเมืองปลอดภัย “Safety Cities” สอดคล้องกับคำว่า “Healthy Cities” ขององค์การอนามัยโลก หรือเมืองสุขภาพดี โดยมีระบบการดูแลสุขภาวะของประชาชนที่ดีและมีระบบบริการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม ตอบสนองนโยบาย ใช้บัตรประชาชนใบเดียวคัดกรองรักษาได้ทุกแห่ง ของกระทรวงสาธารณสุข ยกระดับ ระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ ให้ทันสมัย ทันเวลาจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคัดกรองสุขภาพสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จึงจัดโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “รวมพลังสตรีภูเก็ต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากวันพ่อถึงวันแม่” ภายใต้กรอบความร่วมมือพหุภาคี “ความร่วมมือที่ไร้รอยต่อ ภูเก็ตรวมใจ ไร้มะเร็งปากมดลูก” โดยมีหน่วยงานร่วมดำเนินงาน ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขตสุขภาพที่ 11  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 

นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต จะร่วมกันผลักดันให้ประชากรสตรีชาวภูเก็ตได้ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง สามารถระบุสายพันธุ์เสี่ยงสูงของเชื้อไวรัส HPV ได้ เป็นข้อมูลทางด้านระบาดวิทยาให้กับสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต สนับสนุนข้อมูลพัฒนาวัคซีนที่ตรงกับสายพันธุ์การระบาดในประเทศ โดยเป้าหมายหลักของเราคือการเพิ่ม   ความตระหนักรู้และส่งเสริมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการป้องกันและรักษาโรคนี้ได้ทันท่วงที สามารถเพิ่มการเข้าถึงระบบสาธารณสุขการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของประชาชนได้ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เรามั่นใจว่าสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกในจังหวัดภูเก็ตของเรา 

 

 

สำหรับหญิงไทยอายุ 30 – 60 ปี ในจังหวัดภูเก็ต สามารถรับบริการได้ที่ รพ.สต.ทุกแห่งในจังหวัด โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลป่าตอง โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต

นายแพทย์วีระศักดิ์ หล่อทองคำ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เป็นโรงพยาบาลศูนย์ประจำจังหวัดภูเก็ต ขนาด 551 เตียง ให้บริการทางการแพทย์ระดับตติยภูมิและเฉพาะทางขั้นสูง ครอบคลุมถึงระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ มีนโยบาย Smart Hospital Smart Service ให้บริการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนครบวงจร เพื่อเสริมสร้างสุขภาพการป้องกันโรค การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต โรงพยาบาลพร้อมสนับสนุนกำลังสำคัญบุคลากรทางการแพทย์และทรัพยากรที่จำเป็นตอบสนองนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมเจตนารมณ์ตามโครงการ “รวมพลังสตรีภูเก็ต ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากวันพ่อถึงวันแม่” เพิ่มศักยภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยวิธี HPV DNA Testing   แบบระบุ 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูงให้ครอบคลุม ให้สตรีภูเก็ตกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการตรวจคัดกรองอย่างทั่วถึง และการให้ความรู้เกี่ยวกับการตรวจด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและรวมถึงการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์