กรมวิทย์ฯ เผยผลวิเคราะห์สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
672
22 เมษายน 2567
กรมวิทย์ฯ เผยผลวิเคราะห์สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่
 

กรมวิทย์ฯ เผยผลวิเคราะห์สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ด้าน WHO ได้คัดเลือกสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ของไทย เพื่อใช้ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ประจำปี 2567 สำหรับประเทศทางซีกโลกใต้ 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงสถานการณ์ของโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก มักพบการแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่ในเขตซีกโลกเหนือระบาดมากในช่วงฤดูหนาว ส่วนซีกโลกใต้ระบาดมากในฤดูฝน พบไข้หวัดใหญ่ A(H3N2), A(H1N1) และ B เป็นสาเหตุของการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล จากผลการวิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จากทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 จนถึงปัจจุบัน พบ A (H1N1) มีสัดส่วน 56.94% A (H3N2) 95.08% และ B 100%    

สำหรับประเทศไทยการระบาดของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยพบไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H3N2) มากที่สุดคิดเป็นสัดส่วน 66.42% รองลงมาคือสายพันธุ์ B 19.32% ในขณะที่สายพันธุ์ A/H1N1 มีสัดส่วน 14.26% สำหรับสายพันธุ์ B ที่พบในประเทศไทยเป็นสายพันธุ์ Victoria ทั้งหมด เช่นเดียวกับที่พบทั่วโลกขณะนี้

 

 

ทั้งนี้จากข้อมูลการวิเคราะห์สายพันธุ์ของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยของศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ด้วยการประยุกต์ใช้เทคนิค Whole genome sequencing (WGS) วิเคราะห์ลำดับพันธุกรรมทั้งจีโนม และประเมินความสอดคล้องกับสายพันธุ์วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่กระทรวงสาธารณสุขฉีดให้กับประชาชน พบว่าสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่ตรวจพบในประเทศไทยมีความสอดคล้องกับสายพันธุ์วัคซีนที่ฉีดและสามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า จากการประชุมคัดเลือกสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ เพื่อนำไปใช้ผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ประจำปี 2567 สำหรับประเทศทางซีกโลกใต้ ระหว่างวันที่ 25-28 กันยายน 2566 ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (WHO) สมาชิกห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วโลก และบริษัทผู้ผลิตวัคซีนได้คัดเลือกสายพันธุ์เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ โดย 1 ใน 3 สายพันธุ์ เป็นเชื้อที่แยกได้จากระบบเฝ้าระวังเฉพาะพื้นที่ของประเทศไทย จากความร่วมมือของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค โรงพยาบาลเครือข่ายและศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกาได้ดำเนินการเฝ้าระวังสายพันธุ์ การกลายพันธุ์ และการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ที่ต่างไปจากเดิม การดื้อยาของเชื้อไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก มาอย่างต่อเนื่อง และรายงานผลการเฝ้าระวังทุกสัปดาห์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประสานความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ WHO ในฐานะสมาชิกเครือข่าย เพื่อวางมาตรการการควบคุมและป้องกันโรคได้ทันสถานการณ์

“จากการที่สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ ที่ตรวจพบในประเทศไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็นองค์ประกอบในวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ประจำปี 2567 เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและบทบาทที่เข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุขไทยที่มีต่อความมั่นคงทางสุขภาพของประชากรโลก ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของระบบสาธารณสุข ที่ต้องการให้การควบคุมและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมการแพร่ระบาดและลดอัตราการป่วย การเสียชีวิตของประชากรไทยและประชากรโลก” นายแพทย์ยงยศ กล่าว

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์