กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนกลุ่มเสี่ยงจากเชื้อพิษสุนัขบ้า

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,270
13 กุมภาพันธ์ 2561


       กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนภัยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ สัตวแพทย์ บุคลากรที่ทำงานในสถานบำบัดโรคสัตว์ ผู้ทำงานในห้องปฏิบัติการ บุคคลทั่วไปที่ต้องเดินทางเข้าไปในถิ่นที่มีโรคพิษสุนัขบ้าชุกชุม รวมถึงผู้ใจบุญที่คอยดูแลสัตว์จรจัด เป็นต้น อาจได้รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจากสุนัขหรือสัตว์ใกล้ตัว เพื่อการป้องกันที่ดีที่สุด กลุ่มเสี่ยงดังกล่าวควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าร่วมกับเซรุ่มแก้พิษสุนัขบ้า (Rabies Immunoglobulin) เมื่อมีการสัมผัสสัตว์ใกล้ชิดที่อาจมีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า โรคพิษสุนัขบ้าเกิดจากการสัมผัสน้ำลายหรือสิ่งคัดหลังจากสัตว์กัดหรือข่วนเป็นรอยช้ำ เป็นแผลถลอก สัตว์เลียบาดแผลเปิดที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีการสัมผัสสุนัขหรือสัตว์ที่ไม่ทราบประวัติ ได้แก่ สัตวแพทย์ บุคลากรที่ทำงานในสถานบำบัดโรคสัตว์ ผู้ทำงาน ในห้องปฏิบัติการ บุคคลทั่วไปที่ต้องเดินทางเข้าไปในถิ่นที่มีโรคพิษสุนัขบ้าชุกชุม รวมถึงผู้ใจบุญที่คอยดูแลสัตว์จรจัด เป็นต้น ซึ่งโรคพิษสุนัขบ้าสามารถป้องกันได้โดยการรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามโปรแกรมก่อนการสัมผัสโรค (Pre-exposeure program) เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น และควรได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำเมื่อสัมผัสโรคหรือสงสัยว่าสัมผัสโรค (Post-exposure program) ร่วมกับ เซรุ่มแก้พิษสุนัขบ้า (Rabies Immunoglobulin) สำหรับบุคคลที่มีความเสี่ยง การได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าตามโปรแกรมการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากโรคพิษสุนัขบ้า และเข้ามารับวัคซีนป้องกันโรคยัง เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน

         นายแพทย์สุขุม กล่าวเพิ่มเติมว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีอัตราการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ มีแนวโน้มสูงขึ้น จากปี 2558-2560 มีรายงานโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ 330, 614 และ 843 ตัว ตามลำดับ เป็นสุนัข 89.11% โคกระบือ  6.61% แมว 3.57% และสัตว์อื่นๆ0.71% และอัตราการเสียชีวิตของประชาชนในประเทศไทยจากโรคพิษสุนัขบ้า ปี 2558-2560 คือ  5, 14 และ 8 ราย ตามลำดับ ซึ่งล่าสุดเมื่อเดือนม.ค.2561 ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตรายแรกแล้วเป็นครูโรงเรียนบ้านลำชี ต.คอโค อ.เมือง จ.สุรินทร์ ที่เป็นคนรักสัตว์มาก โดยเฉพาะสุนัข ซึ่งเลี้ยงไว้ในบ้านถึง 5 ตัว และยังชอบนำอาหารไปเลี้ยงสุนัขจรจัด บริเวณรอบชุมชนโพธิ์ร้าง เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์อยู่เป็นประจำ ดังนั้นการได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจึงมีความจำเป็นทั้งกลุ่มเสี่ยงและสัตว์เลี้ยงเพื่อป้องกันตัวคุณเองและสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก


      "กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันชีววัตถุ ทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการกลางของประเทศ ได้ควบคุมคุณภาพของวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสำหรับมนุษย์และสัตว์ รวมถึงเซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทั้งสองมีความปลอดภัย มีคุณภาพและประสิทธิภาพ สามารถป้องกันโรคให้กับประชาชนและสัตว์ได้ ส่งผลถึงการป้องกันโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน สนับสนุนโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี" อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์