กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสารสกัด 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน ในใบกระท่อม สู่ภาคเอกชน เพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมสุขภาพ หนุนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ไทย

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,137
6 สิงหาคม 2568

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สานต่อภารกิจวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย ล่าสุดได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสารสกัด 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน (7-hydroxymitragynine) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์สำคัญอีกชนิดหนึ่งในใบกระท่อม (Mitragyna speciosa) ให้กับ บริษัท เอออร์ต้า เอ็มจี จำกัด เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแปรรูปสมุนไพรที่มีมูลค่าสูง ช่วยยกระดับมาตรฐานสมุนไพรไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

 


 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนากรรมวิธีการผลิตสารสกัด 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน ให้มีความเข้มข้นสูงเพียงพอที่จะนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ รวมถึงได้จดอนุสิทธิบัตรกรรมวิธีเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ โดย 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน เป็นสารที่มีข้อมูลฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาอาการปวด ซึ่งมีความน่าสนใจในระดับสากล และอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยา
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน การสกัด 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน ให้ได้ความเข้มข้นสูงและมีมาตรฐาน เป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยให้สมุนไพรไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันตามเป้าหมายโมเดล BCG Economy ที่เน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างรู้คุณค่า และสร้างมูลค่าเพิ่มกลับสู่เกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก

 




อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า การถ่ายทอดเทคโนโลยีครั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ถ่ายทอดกรรมวิธีการผลิตสารสกัด 7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน ให้กับ บริษัท เอออร์ต้า เอ็มจี จำกัด ผู้ประกอบการไทยที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ผลิตเป็นสารสกัดมาตรฐานสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมทางการแพทย์ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูงทั้งในตลาดไทยและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองนโยบาย ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการพัฒนาเศรษฐกิจนวัตกรรม และนโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) หรือ BCG Economy Model ที่ต้องการเพิ่มรายได้จากอุตสาหกรรมสุขภาพและสมุนไพรครบวงจร นอกจากนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังมีแผนเดินหน้าวิจัยและพัฒนาสารสกัดมาตรฐานจากสมุนไพรไทยชนิดอื่น ๆ ควบคู่กับการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมขยายความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ศูนย์กลางสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพอาเซียนต่อไป ความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย แต่ยังส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกกระท่อม ด้วยการรับซื้อวัตถุดิบอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาผลิต

 


 

ด้านนายวรนล ฐิตินันทกร กรรมการผู้จัดการบริษัท เอออร์ต้า เมดิคอล จำกัด กล่าวถึงโอกาสจากการได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีว่า “เรามองเห็นศักยภาพของสมุนไพรไทยในตลาดโลก การได้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถผลิตสารสกัด7-ไฮดรอกซีไมทราไจนีน ซึ่งสามารถส่งออกเพื่อจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยเรายังมุ่งหวังที่จะยกระดับมาตรฐานโรงงานให้เป็น GMP และต่อยอดไปถึงมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสมุนไพรไทย”


***30 กรกฎาคม 2568***

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์