กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ JICA จัดสัมมนาวิชาการด้านวัณโรค “Ending TB Seminar - Thailand’s High TB Burden: Challenges and Pathways to Solutions”

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,155
31 มกราคม 2568

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ JICA จัดสัมมนาวิชาการด้านวัณโรค “Ending TB Seminar - Thailand’s High TB Burden: Challenges and Pathways to Solutions”


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) จัดงานสัมมนาวิชาการด้านวัณโรค "Ending TB Seminar - Thailand’s High TB Burden: Challenges and Pathways to Solutions" ณ โรงแรมอมารี
 ดอนเมือง แอร์พอร์ท กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ ในการใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีรุ่นใหม่มาประยุกต์ใช้ร่วมกับวิธีการค้นหา รักษา ควบคุม และป้องกัน
วัณโรคของประเทศไทย รวมถึงเสริมสร้างเครือข่ายการวิจัยด้านวัณโรคในประเทศไทย


ในการเปิดงาน นายแพทย์บัลลังก์ อุปพงษ์ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาวัณโรค ซึ่งยังคงเป็นภาระสำคัญของประเทศไทย แม้ว่าประเทศไทยจะหลุดจากกลุ่มประเทศที่มีภาระวัณโรคดื้อยาหลายขนานสูง (MDR/RR-TB) ตั้งแต่ปี 2564 แต่ยังคงมี อุบัติการณ์วัณโรคสูงถึง 157 รายต่อประชากรแสนคน หรือประมาณ 113,000 รายองค์การอนามัยโลก (WHO) และสหประชาชาติ (UN) กำหนดให้ การยุติวัณโรคเป็นเป้าหมายสำคัญในแผนพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ภายใต้ ยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค (End TB Strategy 2035)


งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศร่วมบรรยาย ได้แก่ นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ที่นำเสนอหัวข้อ "Thailand’s Current Situation and Commitment to Ending TB" และ Dr. Ikushi Onozaki กับ Dr. Takashi Yoshiyama จาก The Research Institute of Tuberculosis (RIT/JATA) ที่ร่วมแบ่งปันข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปรับปรุงกระบวนการคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย รวมถึงการแก้ปัญหาวัณโรคในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ (Asymptomatic TB) และวัณโรคแฝง (LTBI) นอกจากนี้ แพทย์หญิงผลิน กมลวัทน์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการกองทุนโลก ได้นำเสนอบทบาทของกองทุนโลกในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ยุติวัณโรคของประเทศไทย

 


ช่วงบ่ายของงานเป็นการเสวนาในหัวข้อ "Why Does Thailand Still Struggle with TB?" โดยมีผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุที่ประเทศไทยยังมีภาระวัณโรคสูง และแนวทางการแก้ไขปัญหาทั้งในระดับนโยบายและปฏิบัติการ ปิดท้ายด้วยกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ "Analyzing Missing Cases: Tools and Strategies" และ "Optimizing Case Finding: Practical Approaches" ซึ่งเน้นการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคเชิงรุกและพัฒนาประสิทธิภาพการคัดกรอง งานสัมมนานี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการยุติวัณโรคตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การอนามัยโลกและสหประชาชาติ เพื่อมุ่งสู่ "ประเทศไทยปลอดวัณโรค"

31 มกราคม 2568

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์