กรมวิทย์ฯ เดินหน้าโครงการ “การตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (RLU)” เฟส 2

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
707
19 กรกฎาคม 2566

กรมวิทย์ฯ เดินหน้าโครงการ “การตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (RLU)” เฟส 2 หวังให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุด เผยหากมีการใช้แล็บอย่างสมเหตุผลจะสามารถประหยัดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นได้กว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี

 

วันนี้ (19 กรกฎาคม 2566) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จัดสัมมนา “การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (Rational Laboratory Use, RLU)” เพื่อเป็นเวทีให้โรงพยาบาลที่สมัครเข้าร่วมโครงการในเฟส 2 ได้รับทราบแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนในระดับเครือข่ายและระดับประเทศ พร้อมมอบเกียรติบัตรเพื่อประกาศเกียรติคุณแก่ภาคีเครือข่ายที่ได้ร่วมขับเคลื่อนจนประสบผลสำเร็จ โดยมี นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานในพิธี และชี้แจงนโยบายการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (RLU) โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย คณะกรรมการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล ผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์ กองบริหารการสาธารณสุข ผู้บริหารและผู้แทนจากราชวิทยาลัย สมาคมแพทย์ สภาเทคนิคการแพทย์ สมาคมเทคนิคการแพทย์ โรงเรียนแพทย์ ในประเทศไทย สภากาชาดไทย สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล และโรงพยาบาลที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ทั้ง Onsite และ Online จากทั่วประเทศกว่า 800 คน ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี


นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวว่า จากหลักการสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ที่ต้องมีความสมเหตุผล ไม่สั่งมากเกินความจำเป็น (Overutilization) หรือน้อยเกินไป (Underutilization) ซึ่งทั้งสองกรณีล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดผลเสียต่อทั้งผู้ป่วย และระบบสุขภาพ ด้วยความตระหนักในปัญหาดังกล่าว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงร่วมมือกับเครือข่ายหน่วยงานทางการแพทย์และสาธารณสุข มหาวิทยาลัย สมาคมแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ยกร่างแนวทางการสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล หรือ RLU เพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้แนวทาง RLU ประกอบการตัดสินใจในการสั่งตรวจแล็บได้อย่างเหมาะสมต่อผู้ป่วย เบื้องต้นกำหนดไว้ 7 เรื่อง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคติดเชื้อ โรคความดันโลหิตสูง การ Checkup โดยเริ่ม Kick off โครงการเฟส 1 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ดำเนินการใน 23 โรงพยาบาลนำร่องครอบคลุม 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของโรงพยาบาลนำร่องได้มีนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยและระบบสุขภาพ เช่น การปรับระบบ HIS ของโรงพยาบาล ให้มีการสร้างระบบ Pop up แจ้งเตือนแพทย์ เพื่อให้ทราบว่ามีการสั่งตรวจแล็บ กับผู้ป่วยรายดังกล่าวแล้ว ทำให้แพทย์ไม่สั่งแล็บซ้ำ ปรับเมนูการสั่งแล็บให้เป็นการสั่งทีละรายการไม่เป็นชุด แจ้งเตือนความถี่ที่เหมาะสมในการสั่งตรวจแล็บ เพื่อจะได้ไม่ลืมการตรวจที่จำเป็นตามหลักวิชาการ มีระบบการสอบทานการสั่งตรวจแล็บ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีการพูดคุยทบทวนวางแนวทางที่เหมาะสมในการสั่งตรวจแล็บในโรงพยาบาลให้เหมาะสมกับบริบท ทำให้หลายโรงพยาบาลมีผลสำเร็จที่แสดงด้วยการสั่งตรวจที่เหมาะสมขึ้น โดยบางโรงพยาบาลสามารถแสดงถึงจำนวนและค่าใช้จ่ายที่ลดลงด้วย 


"การดำเนินการในโรงพยาบาลนำร่องได้ทำให้โรงพยาบาลอื่นเกิดความสนใจและสมัครเข้าร่วมเป็นเครือข่ายดำเนินการ เรื่อง RLU ในเฟส 2 อีกเป็นจำนวนมากกว่า 340 โรงพยาบาล โดยเป็นโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน และจากการเรียนรู้ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการในเฟสแรก ทำให้มีการเพิ่มเติมแนวทางในเรื่องการตรวจก่อนการผ่าตัด การใช้เลือด การตรวจไทรอยด์ ดังนั้นจึงได้มีการจัดงานในวันนี้ขึ้น เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจ ชี้แจงแนวทาง และถ่ายทอดการดำเนินการที่ประสบความสำเร็จ จากโรงพยาบาลในเฟสแรก เพื่อให้โรงพยาบาลที่สมัครเข้าร่วมโครงการในเฟส 2 ทราบแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาลต่อไป ซึ่งหากมีการใช้แล็บอย่างสมเหตุผลจะสามารถประหยัดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นได้กว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี" นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์