กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมพร้อมห้องปฏิบัติการตรวจอหิวาตกโรค พร้อมเผยผลทดสอบความไวของสายพันธุ์เชื้ออหิวาตกโรคต่อยาปฏิชีวนะ พบว่ายาที่แพทย์ใช้รักษายังใช้ได้ผลดี

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,229
6 มกราคม 2568

 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมพร้อมห้องปฏิบัติการตรวจอหิวาตกโรค พร้อมเผยผลทดสอบความไวของสายพันธุ์เชื้ออหิวาตกโรคต่อยาปฏิชีวนะ พบว่ายาที่แพทย์ใช้รักษายังใช้ได้ผลดี

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์อหิวาตกโรคในประเทศไทยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ตรวจพบเชื้อ Vibrio cholerae serogroup O1, serotype Ogawa ในผู้ป่วยที่เดินทางผ่านด่านพรมแดนแม่สอดเข้าสู่ประเทศไทย (imported cases) ในช่วงสิ้นปี 2567 ผลการทดสอบความไวต่อยา พบว่า เชื้อไวต่อยา Tetracycline (เตตราไซคลิน) ซึ่งยาในกลุ่มเตตราไซคลิน เช่น Doxycycline (ด็อกซีไซคลิน) เป็นยากลุ่มแรกที่แพทย์เลือกใช้สำหรับการรักษาผู้ป่วยอหิวาตกโรค และจากการทดสอบทางห้องปฏิบัติการพบว่ายาดังกล่าวยังใช้ได้ผลดี นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังได้ดำเนินการทดสอบลำดับเบสเพื่อวิเคราะห์สายพันธุ์ของเชื้อ Vibrio cholerae ที่แยกได้จากผู้ป่วยเพื่อศึกษาเชิงระบาดวิทยาอย่างละเอียด ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจถึงการแพร่กระจายของเชื้อ สามารถระบุแหล่งที่มาของการติดเชื้อได้อย่างชัดเจน รวมถึงช่วยในการระบุสายพันธุ์ที่อาจมีความเสี่ยงสูง ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับสนับสนุนการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่าจะทราบผลภายในสัปดาห์นี้


นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เตรียมความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาด โดยใช้เทคนิคมาตรฐาน รวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่ การเพาะแยกเชื้อและจำแนกชนิด การตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยเทคนิค PCR  การทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการให้ยารักษา และการตรวจวิเคราะห์จีโนมเชิงลึกเพื่อติดตามการกลายพันธุ์และวิเคราะห์เชิงระบาดวิทยา โดยดำเนินงานร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันเชื้อก่อโรคอหิวาตกโรค ตามหลักสุขอนามัย เช่น การล้างมือ การบริโภคอาหารปรุงสุกใหม่ และดื่มน้ำสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันพื้นฐานสามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการรุนแรง โดยเฉพาะผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือมีปัญหาสุขภาพพื้นฐานควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เช่น ท้องเสียรุนแรง อาเจียน และมีอาการขาดน้ำ 

 

6 มกราคม 2568

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์