ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สุธี ยกส้าน คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ ประจำปี 2568

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,601
9 มิถุนายน 2568
            มูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสมาคมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เชิดชู “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สุธี ยกส้าน” เป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ ประจำปี 2568 ผู้อุทิศตนและมุ่งมั่นอันเป็นที่ประจักษ์ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเดงกี 4 สายพันธุ์ เพื่อการต่อยอดในการนำไปใช้ประโยชน์สำหรับคนไทยและทั่วโลก โดยมีกำหนดเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลจากศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในโอกาสเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 33 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี
            นายแพทย์สถาพร วงษ์เจริญ ประธานกรรมการมูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า มูลนิธิกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดตั้งรางวัลนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศขึ้นตั้งแต่ปี 2558 เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลในวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ผู้มีคุณูปการต่อประเทศชาติ โดยปีนี้ได้มอบรางวัลนักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศให้แก่ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นายแพทย์สุธี ยกส้าน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ และที่ปรึกษาหน่วยวิจัยและพัฒนาวัคซีน สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล จากผลงานการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกเดงกี 4 สายพันธุ์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์และสาธารณสุขไทย ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีผลงานนวัตกรรมเด่น อาทิ นวัตกรรมวัคซีนไข้เลือดออก 4 ชนิด ชุดที่ 1 (พ.ศ. 2523 - 2543) วัคซีนไข้เลือดออกชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ที่ครอบคลุมทั้ง 4 สายพันธุ์ โดยการทำให้เชื้ออ่อนฤทธิ์ในเซลล์เพาะเลี้ยงปฐมภูมิ ในนามมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2536 ทำการทดลองทางคลินิกในผู้ใหญ่และเด็ก พ.ศ. 2527 – 2543 นวัตกรรมวัคซีนไข้เลือดออก 4 ชนิด ชุดที่ 2 (พ.ศ 2547 - ปัจจุบัน) วัคซีนไข้เลือดออกชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ที่ครอบคลุมทั้ง 4 สายพันธุ์ โดยการทำให้เชื้ออ่อนฤทธิ์ในเซลล์เพาะเลี้ยงปฐมภูมิ พ.ศ 2548 ทำการทดลองทางคลินิกในผู้ใหญ่ เฟส 1 ในประเทศ Australia ผลการทดสอบพบว่า วัคซีนเดงกีทั้ง 4 ชนิดมีความปลอดภัยสามารถเป็นวัคซีนรวมสายพันธุ์ ฉีดให้แก่คนได้อย่างปลอดภัยในทุกอายุ นวัตกรรมวัคซีนไข้เลือดออก 4 ชนิดรุ่นที่ 3 (พ.ศ 2556) วัคซีนไข้เลือดออกชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ที่ครอบคลุมทั้ง 4 สายพันธุ์ โดยการทำให้เชื้ออ่อนฤทธิ์ในเซลล์เพาะเลี้ยงปฐมภูมิ 
           นอกเหนือจากความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนไข้เลือดออกเดงกี 4 สายพันธุ์ ซึ่งได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติแล้ว ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สุธี ยกส้าน ยังมีผลงานวิจัยนวัตกรรมวัคซีนที่สำคัญอีกหลายรายการ โดยหนึ่งในนั้นคือ วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี ชนิดลูกผสมระหว่าง วัคซีนไข้สมองอักเสบ JESA 14-14-2 กับวัคซีนไข้เลือดออกเดงกีชนิด Dengue 2 16681 PDK53 โดยการพัฒนาวัคซีนดังกล่าวอาศัย เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering Technology) ที่ทันสมัย เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์และองค์ประกอบที่เหมาะสมในการสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยมหิดล และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาวัคซีนในระดับอุตสาหกรรม ระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดลและองค์การเภสัชกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2560 เพื่อผลักดันให้วัคซีนชนิดนี้เข้าสู่กระบวนการผลิตและใช้ประโยชน์ในระบบสาธารณสุขของประเทศ นอกจากนี้ ท่านยังมีผลงานตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับชาติและนานาชาติกว่า 200 เรื่อง และได้ทำหน้าที่เป็นกรรมการและอนุกรรมการในหน่วยงานต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่สำคัญของท่านในการขับเคลื่อนนโยบายและการพัฒนาทางการแพทย์ของประเทศ
           สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรับฟังการปาฐกถาเกียรติยศ ศาสตราจารย์นายแพทย์เฉลิม พรมมาส เรื่อง งานพัฒนา Dengue Vaccines: บทบาทของนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไทยในระดับสากล องค์ปาฐก นักวิทยาศาสตร์การแพทย์เกียรติยศ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นายแพทย์สุธี ยกส้าน ได้ในวันที่ 11 มิถุนายน 2568 เวลา 10.50 – 11.20 น. ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม ชั้น 2 ศูนย์การประชุม อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี หรือรับฟังผ่านทางเพจเฟสบุ๊คการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์