กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจการปลอมปนยาแผนปัจจุบันและวัตถุออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
968
14 พฤศจิกายน 2568


 
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดำเนินการตรวจวิเคราะห์เพื่อเฝ้าระวังการปลอมปนยาแผนปัจจุบันและวัตถุออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยให้บริการตรวจแก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค
โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายเสี่ยงพบการปลอมปนแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
 1. กลุ่มเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ : ตรวจพบการปนเปื้อนของยา Sildenafil, Tadalafil, Vardenafil
 2. กลุ่มยาลดน้ำหนัก : ตรวจพบ Sibutramine, Fluoxetine, Bisacodyl, Phenolphthalein, Ephedrine, Furosemide
 3. กลุ่มยาช่วยการนอนหลับ : ตรวจพบ Alprazolam, Diazepam, Melatonin
 4. กลุ่มสเตียรอยด์ : ตรวจพบ Dexamethasone, Prednisolone
 
 
ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568  สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการตรวจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จำนวน 442 ตัวอย่าง พบว่ามีการปลอมปนยาแผนปัจจุบันและวัตถุออกฤทธิ์จำนวน 126 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 28.5 โดยสารที่มีการปลอมปนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นยาในกลุ่มช่วยการนอนหลับ พบสาร Melatonin กลุ่มลดน้ำหนัก พบสาร Sibutramine, Fluoxetine และกลุ่มรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ พบสาร Sildenafil, Tadalafil ซึ่งได้รายงานผลการตรวจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปแล้ว
 
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า การบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการปลอมปนยาแผนปัจจุบันหรือวัตถุออกฤทธิ์ มีผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก เนื่องจากผู้บริโภคมักไม่ทราบปริมาณของสารที่ถูกปลอมปน ซึ่งอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น  ความเป็นพิษต่อตับและไต สำหรับผู้ที่ใช้ยารักษาโรคประจำตัวอาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา ทำให้ยาเดิมออกฤทธิ์แรงขึ้นหรือลดลงได้ และในบางกรณีอาจมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้
 
 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมให้บริการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อตรวจสอบคุณภาพหรือประกอบการขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการ ส่งตรวจวิเคราะห์ได้ที่ ศูนย์รวมบริการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0 2951 0000, 0 2589 9850-7 ต่อ 99968 เว็บไซต์ http://ossc.dmsc.moph.go.th และอีเมล์ onestop@dmsc.mail.go.th
***** 14 พฤศจิกายน 2568 *****

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์