กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมวัคซีนที่ใช้เซลล์เพาะเลี้ยง

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
3,841
19 มิถุนายน 2561


     กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาองค์ความรู้บุคลากรและเพิ่มศักยภาพห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพ เพื่อตรวจวิเคราะห์คุณลักษณะเซลล์เพาะเลี้ยง (Vero cell) สำหรับการผลิตวัคซีน เพื่อรองรับการผลิตภายในประเทศและส่งเสริมอุตสาหกรรมทางการแพทย์ครบวงจร ให้ประเทศไทยเป็นเมดิคัลฮับ (Medical Hub) ตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย 4.0

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เล็งเห็นว่าประเทศไทยสามารถผลิตวัคซีนโดยใช้เทคโนโลยีเซลล์เพาะเลี้ยงได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ซึ่งปัจจุบันสิ่งที่เป็นอุปสรรค คือการตรวจสอบคุณลักษณะของเซลล์เพาะเลี้ยงที่ใช้ในการผลิต ดังนั้นจึงได้มีแผนการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการ และความร่วมมือกับหน่วยงานควบคุมกำกับภาครัฐด้านวัคซีนของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อส่งบุคลากรเข้าอบรมเทคนิคการตรวจวิเคราะห์คุณลักษณะของเซลล์เพาะเลี้ยง โดยเฉพาะเซลล์ (Vero cell) ซึ่งเป็นเซลล์เพาะเลี้ยงที่ใช้ในการผลิตวัคซีนได้หลายชนิดโดยเฉพาะวัคซีนโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส รวมถึงวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ประเทศไทยกำลังจะพัฒนาเป็นวัคซีนในอนาคต

      ปัจจุบันวัคซีนที่ผลิตด้วยเซลล์เพาะเลี้ยงมีหลายชนิด เช่น วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โรคไข้สมองอักเสบเจอี โรคไข้เลือดออกเดงกี โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น แต่บ้านเรายังไม่มีห้องปฏิบัติการที่ตรวจคุณลักษณะของเซลล์ได้ตามมาตรฐานสากล ทำให้ผู้ผลิตและนักวิจัยพัฒนาวัคซีนในประเทศต้องส่งเซลล์เพาะเลี้ยงไปทดสอบ คุณลักษณะในต่างประเทศ เพื่อยืนยันว่าเซลล์เพาะเลี้ยงนั้นมีคุณสมบัติที่เหมาะสม มีความปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ใช้ผลิตวัคซีน ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายหลายสิบล้านบาท ในการนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  โดย สถาบันชีววัตถุ ในฐานะห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพวัคซีนของประเทศ กำลังดำเนินการพัฒนาการตรวจสอบคุณลักษณะของเซลล์เพาะเลี้ยง ซึ่งเป็นเซลล์เพาะเลี้ยงที่ได้มาจากไตของลิงในประเทศแอฟริกาและเป็นเซลล์ที่ประเทศทั่วโลก รวมถึงองค์การอนามัยโลกให้การยอมรับ เพื่อนำมาใช้ในการผลิตวัคซีน แต่ผู้ผลิตต้องมีข้อมูลการตรวจสอบคุณลักษณะของเซลล์ก่อนนำมาใช้ในการผลิต  ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังพัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์คุณลักษณะของเซลล์เพาะเลี้ยง ภายหลังจากได้รับการอบรมจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและคาดว่าสามารถให้บริการได้ในปี 2562 ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถผลิตวัคซีน  โดยใช้เซลล์เพาะเลี้ยงที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย


      นายแพทย์สุขุม กล่าวต่ออีกว่า การตรวจสอบคุณลักษณะของเซลล์เพาะเลี้ยง โดยหน่วยงานควบคุมคุณภาพภาครัฐของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมดูแลคุณภาพของเซลล์ที่จะนำมาใช้ในการผลิตวัคซีน เพื่อสร้างความมั่นใจได้ว่าวัคซีนที่ผลิตโดยใช้เซลล์เพาะเลี้ยงในประเทศไทย มีระบบควบคุมคุณภาพตั้งแต่การผลิตจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป มีคุณภาพ มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเทียบเท่ามาตรฐานสากล สิ่งสำคัญคือจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการส่งเซลล์ไปตรวจในต่างประเทศ เป็นการพึ่งพาตนเองในประเทศ และส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยพัฒนาวัคซีนรวมถึงอุตสาหกรรมการผลิตวัคซีนในประเทศ ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์