กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดบริการทดสอบประสิทธิภาพหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และหน้ากาก N95 ตามมาตรฐานสากล

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
2,045
7 มกราคม 2569

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการทดสอบคุณภาพและประสิทธิภาพหน้ากากอนามัยทางการแพทย์และหน้ากาก N95 ตามมาตรฐาน มอก.และมาตรฐานสากล ASTM F2100 เพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภคและสนับสนุนผู้ประกอบการด้านอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์

 

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ เปิดให้บริการทดสอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และหน้ากาก N95 ตามมาตรฐานสกล โดยหน้ากากอนามัยทางการแพทย์จะมีการทดสอบหลายหัวข้อได้แก่ประสิทธิภาพการกรองแบคทีเรีย เป็นการทดสอบเพื่อแสดงถึงความสามารถในการกรองอนุภาคของแบคทีเรียก่อโรค ซึ่งมีขนาดอนุภาคเฉลี่ย 3 ± 0.3 ไมครอน ทดสอบประสิทธิภาพการกรองอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน เป็นการทดสอบเพื่อแสดงถึงความสามารถในการกรองอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน ทดสอบความแตกต่างของความดัน โดยวัดแรงต้านในการหายใจผ่านหน้ากากอนามัย เพื่อแสดงถึงความสะดวกในการหายใจ ซึ่งค่าความแตกต่างของความดันยิ่งต่ำยิ่งทำให้หายใจได้สะดวก ทดสอบการลามไฟ เป็นการทดสอบเพื่อประเมินความเร็วในการลามไฟ ซึ่งหน้ากากอนามัยที่มีความปลอดภัยจะต้องเผาไหม้ช้า (CLASS 1 ≥ 3.5 วินาที) และทดสอบความต้านของเหลวซึมผ่านเป็นการทดสอบเพื่อแสดงถึงความสามารถในการป้องกันการซึมผ่านของเหลวจากชั้นนอกถึงชั้นในของหน้ากากอนามัย โดยใช้เลือดสังเคราะห์เป็นของเหลวในการทดสอบการซึมผ่านที่ความดัน 80 มิลลิเมตรปรอท(mmHg) (ระดับที่ 1), 120 มิลลิเมตรปรอท (ระดับที่ 2) และ160 มิลลิเมตรปรอท (ระดับที่3) ในส่วนของหน้ากากประเภทใช้งานทางการแพทย์ที่มีการป้องกันระดับที่ 3 จะต้องผ่านการทดสอบเพิ่มเติม ได้แก่ การระคายเคือง การแพ้ทางผิวหนัง และความเป็นพิษต่อเซลล์เนื้อเยื่อเพาะเลี้ยง ส่วนหน้ากาก N95 จะทดสอบความสามารถในการกรองอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอน ซึ่งเป็นมาตรฐานสำคัญในการป้องกันฝุ่นและเชื้อโรคขนาดเล็ก

 


ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2566-2568 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพการกรองอนุภาคของหน้ากากอนามัย และหน้ากาก N95 จำนวนทั้งสิ้น 252 ตัวอย่าง พบว่าหน้ากากอนามัยที่ส่งตรวจคุณภาพส่วนใหญ่มีประสิทธิภาพการกรองอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน ได้ไม่น้อยกว่า 95% สำหรับหน้ากาก N95 ผลการทดสอบประสิทธิภาพการกรองอนุภาค 0.3 ไมครอน พบว่าสามารถกรองอนุภาคได้ไม่น้อยกว่า 95% เช่นเดียวกัน นอกจากนี้การใช้หน้ากากอนามัยที่มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เมื่อเราหายใจเข้า อากาศจะไหลผ่านช่องว่างบริเวณขอบด้านข้างจมูก หรือใต้คาง ซึ่งเป็นบริเวณที่หน้ากากไม่แนบสนิทกับใบหน้า ทำให้ฝุ่น PM2.5 สามารถเล็ดลอดเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้โดยไม่ผ่านการกรอง ดังนั้น ในการใช้หน้ากากอนามัยในการป้องกันฝุ่น PM2.5 หากหน้ากากอนามัยไม่แนบสนิทกับใบหน้าของผู้สวมใส่ ควรปรับแถบกระชับดั้งจมูกให้แนบสนิทหรือมีอุปกรณ์เสริมที่สามารถทำให้หน้ากากอนามัยแนบกระชับกับใบหน้า เช่น ตัวครอบกระชับหน้ากากอนามัย สายรัดหน้ากากอนามัย เป็นต้น และการใช้หน้ากาก N95 เมื่อสวมใส่ควรปรับให้กระชับกับใบหน้าเช่นกัน
            ทั้งนี้ผู้ประกอบการสามารถสอบถามการส่งตัวอย่างหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ และหน้ากาก N95 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพได้ที่ ศูนย์รวมบริการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 0 2589 9850-8 ต่อ 98151 และ 99968 หรือ สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 0 2589 9850-8 ต่อ 99954 และ 99955  

*****7 มกราคม 2569*****

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์