ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ เปิดบ้านให้ผู้รับบริการ และเครือข่ายในพื้นที่ เยี่ยมชมนวัตกรรมทางการแพทย์ การบริการตรวจวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็ก และการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำครบวงจร

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
2,387
17 กันยายน 2568

วันนี้ (17 กันยายน 2568) นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดโครงการสื่อสารประชาสัมพันธ์การให้บริการตรวจการวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็กและคุณภาพน้ำครบวงจร ของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ เพื่อให้ผู้บริหาร นักวิชาการจากภาครัฐและภาคเอกชน ผู้รับบริการได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์กับเครือข่ายในพื้นที่ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก 14 สายพันธุ์เสี่ยงสูง การตรวจการติดเชื้อ HIV-1 จากแม่สู่ลูก การตรวจน้ำครบวงจร และผลงานนวัตกรรม การบริการตรวจวินิจฉัยของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ โดยมีนายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นางสาวอัมรา โยวัง ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ ผู้บริหารเจ้าหน้าที่หน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมงาน



 

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ เปิดเผยว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ เป็นหน่วยงานสังกัดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีภารกิจในการศึกษา การวิเคราะห์  วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข พร้อมทั้งพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขของประเทศ สนับสนุนการคุ้มครองผู้บริโภคและการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเขตสุขภาพที่ 3 ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี และชัยนาท นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวินิจฉัยสุขภาพแม่และเด็ก (Excellent diagnosis center for maternal and child health) ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2561 ปัจจุบันได้พัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำครบวงจร เช่น น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท น้ำแข็ง และคุณภาพน้ำเสียน้ำทิ้ง ก่อนปล่อยสู่ธรรมชาติ รวมทั้งให้บริการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ในหญิงตั้งครรภ์ ด้วยวิธี NIPT ซึ่งศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ ได้ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการตรวจ NIPT กับทาง สปสช. ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการดังกล่าว ทางศูนย์ได้จัดให้มีระบบรับตัวอย่างจากหน่วยบริการ (logistic) และจัดให้มีระบบรายงานผลการตรวจ online report ซึ่งสามารถเปิดให้มีการเข้าถึงบริการได้ทั่วประเทศ






 










 

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ศูนย์ยังมีบริการตรวจธาลัสซีเมียครบวงจร ครอบคลุมการตรวจ Hemoglobin typing Alpha Thal1 และ Beta Thalassemia ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้มีการรับบริการนำส่งตัวอย่างเพียง 1 ตัวอย่างและได้รับบริการตรวจด้านธาลัสซีเมียและประเมินความเสี่ยงในการกำเนิดบุตรโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง 3 โรค ตามนโยบายกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปกติการตรวจให้ครอบคลุมทั้ง 3 การทดสอบจะต้องมีการส่งต่อหน่วยงานที่มีศักยภาพหลายหน่วยงาน และผู้รับบริการต้องใช้ระยะเวลารอคอยผลการตรวจประมาณ 30-45 วัน ดังนั้นศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์  จึงพัฒนารูปแบบบริการให้ครอบคลุมทั้ง 3 การทดสอบ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการและลดระยะเวลาในการรอคอยผลการตรวจ ผ่านระบบขนส่งโลจิสติกส์ที่ทันสมัยรับตัวอย่างได้ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
สำหรับโรงพยาบาลภาครัฐ ภาคเอกชน หรือผู้ประกอบการสามารถสอบถามรายละเอียดการตรวจวิเคราะห์ การส่งตัวอย่าง หรือข้อมูลบริการได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 3 นครสวรรค์ โทรศัพท์ 0 5624 5618-20

***** 17 กันยายน 2568 *****

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202610061781088676226382230-7917.jpg
กรมวิทย์ฯ เปิดเวที GLLP Asia-Pacific 2026 เสริมศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการนานาชาติ สร้างความมั่นคงสุขภาพโลก รับมือโรคอุบัติใหม่ ภายใต้แนวคิด One Health

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ กรมปศุสัตว์ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และภาคีเครือข่ายนานาชาติ จัด "โครงการพัฒนาภาวะผู้นำห้องปฏิบัติการระดับโลก (Global Laboratory Leadership Program: GLLP) ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รุ่นที่ 2 ประจำปี 2569" มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำห้องปฏิบัติการด้านสาธารณสุข ภายใต้แนวคิด “One Health” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศและภูมิภาค พร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่และภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-883250146.jpg
กรมวิทย์ฯ ย้ำความพร้อมตรวจอีโบลา เดินหน้าฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ DRA เสริมศักยภาพ โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุม “พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของประเทศ National LAB Network (NLN) : โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา : LAB ตรวจวินิจฉัย และ DRA” โดยมี นพ.พิเชฐ บัญญัติ พร้อมด้วย ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.พิไลลักษณ์ อัคคไพบูลย์ โอกาดะ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจากโรงพยาบาลภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมประชุมออนไลน์กว่า 800 คน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-162618602.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมเครือข่ายห้องปฏิบัติการ RT-PCR เสริมความพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่–ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ทั่วประเทศ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับศักยภาพเครือข่ายห้องปฏิบัติการด้าน RT-PCR ในการวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดนก ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นทั้งในรูปแบบ On-site และ Online เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะการปฏิบัติงาน และเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยมีนพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการเตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการต่อโรคอุบัติใหม่”

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์