กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนาวิธีตรวจ “ยาเอโทมิเดต” ปนปลอมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ สนับสนุนการปราบปรามยาเสพติดของประเทศ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
4,051
21 พฤศจิกายน 2568

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มถูกลักลอบผสมยาเสพติดหลายชนิด ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ใช้ เช่น โคเคนที่ส่งผลต่อสมอง เฟนทานิลที่มีฤทธิ์กดการหายใจจนถึงขั้นเสียชีวิต แต่ประเทศไทยพบมีการผสมวัตถุออกฤทธิ์ และสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่ (New Psychoactive Substances; NPS) แทนนิโคตินในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง หรือที่เรียกว่า “พอตเค” หรือ “บุหรี่ซอมบี้” ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบประสาท จิตใจ และอวัยวะสำคัญของร่างกาย จึงขอให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน หลีกเลี่ยงการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ

 




ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่อว่า ระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้รับตัวอย่างบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อตรวจวิเคราะห์รวม 83 ตัวอย่าง ประกอบด้วยบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง หัวพอตบรรจุน้ำยา และน้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้าบรรจุขวด จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมโรค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผลการตรวจพบว่า ตัวอย่างที่มีฉลากแสดงรายละเอียดชัดเจนจำนวน 27 ตัวอย่าง ตรวจพบเฉพาะนิโคติน ไม่พบยาเสพติดหรือสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่ แต่ในตัวอย่างที่ไม่มีฉลากหรือมีลักษณะทำปลอม จำนวน 56 ตัวอย่าง ตรวจพบการปนปลอมของสาร เอโทมิเดต (Etomidate) ทั้งในรูปแบบที่ผสมร่วมกับนิโคตินและแบบใช้แทนนิโคตินเอโทมิเดตเป็นยาสลบที่ออกฤทธิ์เร็ว ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น แต่พบว่ามีการลักลอบนำมาปนปลอมในบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย และเริ่มตรวจพบในประเทศไทยตั้งแต่ปลายปี 2567 เดิมเอโทมิเดตจัดเป็นยาควบคุมพิเศษและต่อมาถูกยกระดับเป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตั้งแต่ 27 กรกฎาคม 2568 เพื่อเพิ่มการควบคุมการนำเข้า ครอบครอง และใช้ประโยชน์อย่างเข้มงวด

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นสถานตรวจพิสูจน์ยาเสพติดและห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านยาเสพติดของประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ และสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาวิธีตรวจพิสูจน์ให้เท่าทันยาเสพติดชนิดใหม่ ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้ผลตรวจมีความถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ

 


ในปี พ.ศ. 2568 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาวิธีตรวจพิสูจน์ ยาเอโทมิเดตปนปลอมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า สำเร็จ และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์ไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยผลการตรวจพิสูจน์จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญยืนยันว่า สารที่ตรวจพบเป็นยาเสพติดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด

*****21 พฤศจิกายน 2568***** 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์