กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนาวิธีตรวจ “ยาเอโทมิเดต” ปนปลอมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ สนับสนุนการปราบปรามยาเสพติดของประเทศ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
2,206
21 พฤศจิกายน 2568

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มถูกลักลอบผสมยาเสพติดหลายชนิด ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ใช้ เช่น โคเคนที่ส่งผลต่อสมอง เฟนทานิลที่มีฤทธิ์กดการหายใจจนถึงขั้นเสียชีวิต แต่ประเทศไทยพบมีการผสมวัตถุออกฤทธิ์ และสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่ (New Psychoactive Substances; NPS) แทนนิโคตินในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง หรือที่เรียกว่า “พอตเค” หรือ “บุหรี่ซอมบี้” ซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบประสาท จิตใจ และอวัยวะสำคัญของร่างกาย จึงขอให้ประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน หลีกเลี่ยงการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ

 




ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่อว่า ระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึงมิถุนายน 2568 สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้รับตัวอย่างบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อตรวจวิเคราะห์รวม 83 ตัวอย่าง ประกอบด้วยบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง หัวพอตบรรจุน้ำยา และน้ำยาเติมบุหรี่ไฟฟ้าบรรจุขวด จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมควบคุมโรค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผลการตรวจพบว่า ตัวอย่างที่มีฉลากแสดงรายละเอียดชัดเจนจำนวน 27 ตัวอย่าง ตรวจพบเฉพาะนิโคติน ไม่พบยาเสพติดหรือสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่ แต่ในตัวอย่างที่ไม่มีฉลากหรือมีลักษณะทำปลอม จำนวน 56 ตัวอย่าง ตรวจพบการปนปลอมของสาร เอโทมิเดต (Etomidate) ทั้งในรูปแบบที่ผสมร่วมกับนิโคตินและแบบใช้แทนนิโคตินเอโทมิเดตเป็นยาสลบที่ออกฤทธิ์เร็ว ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น แต่พบว่ามีการลักลอบนำมาปนปลอมในบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย และเริ่มตรวจพบในประเทศไทยตั้งแต่ปลายปี 2567 เดิมเอโทมิเดตจัดเป็นยาควบคุมพิเศษและต่อมาถูกยกระดับเป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตั้งแต่ 27 กรกฎาคม 2568 เพื่อเพิ่มการควบคุมการนำเข้า ครอบครอง และใช้ประโยชน์อย่างเข้มงวด

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นสถานตรวจพิสูจน์ยาเสพติดและห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านยาเสพติดของประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ และสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทชนิดใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาวิธีตรวจพิสูจน์ให้เท่าทันยาเสพติดชนิดใหม่ ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้ผลตรวจมีความถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ

 


ในปี พ.ศ. 2568 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาวิธีตรวจพิสูจน์ ยาเอโทมิเดตปนปลอมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า สำเร็จ และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีการตรวจพิสูจน์ไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยผลการตรวจพิสูจน์จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญยืนยันว่า สารที่ตรวจพบเป็นยาเสพติดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิด

*****21 พฤศจิกายน 2568***** 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202608051778239015158605105-7721.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยพบเชื้อแบคทีเรียดื้อยาคาร์บาพีเนม สูงเกินร้อยละ 70 เสี่ยงไม่มียารักษาในอนาคต ชูระบบสุขภาพ One Health เฝ้าระวังภาวะดื้อยาทั้งระบบ และเตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยสถานการณ์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทยจากข้อมูลเฝ้าระวังย้อนหลัง 10 ปี พบแนวโน้มการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเชื้อ Acinetobacter calcoaceticus-baumannii complex (อะซินีโตแบคเตอร์ แคลโคอะซีติคัส-เบามันนีไอ คอมเพล็กซ์) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่รุนแรง มีอัตราการดื้อยาปฏิชีวนะกลุ่ม carbapenem (คาร์บาพีเนม) ซึ่งเป็นยาต้านจุลชีพทางเลือกสุดท้าย สูงกว่าร้อยละ 70 สะท้อนความรุนแรงของปัญหาเชื้อดื้อยาที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและทางเลือกในการรักษาผู้ป่วย เตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อชะลอการดื้อยาในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์