“รมว.สธ.” ขับเคลื่อนนโยบายตรวจแล็บอย่างสมเหตุผล สู่ระบบสุขภาพที่ยั่งยืน เตรียมขยายผลโรงพยาบาลทั่วประเทศ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
540
12 มีนาคม 2569
“รมว.สธ.” ขับเคลื่อนนโยบายตรวจแล็บอย่างสมเหตุผล สู่ระบบสุขภาพที่ยั่งยืน เตรียมขยายผลโรงพยาบาลทั่วประเทศ 
 
 
วันที่ 12 มีนาคม 2569  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการสัมมนา RLU Policy Implementation การขับเคลื่อนนโยบายการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างสมเหตุผล โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะผู้บริหาร วิทยากร และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกว่า 400 คน ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
 
 
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบบริการสุขภาพ ซึ่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ นับเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพ เนื่องจากผลตรวจแล็บมีบทบาทสำคัญต่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาของแพทย์ ผลตรวจที่ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว จะช่วยให้แพทย์สามารถยืนยันโรค ประเมินความรุนแรง และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
 
การจัดสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่บทบาท ความก้าวหน้า และศักยภาพด้านการสั่งตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างสมเหตุผล เปิดโอกาสให้บุคลากรในระบบสุขภาพและภาคีเครือข่ายได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน พร้อมขอบคุณสำนักงานเขตสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลทุกแห่ง ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการให้บรรลุเป้าหมาย โดยเน้นการสั่งตรวจที่เหมาะสม ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ เพื่อการคัดกรอง วินิจฉัย ติดตามผลการรักษา และพยากรณ์โรค โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ พร้อมทั้งมอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลการดำเนินงานไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ 
ทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน
 
 
ด้าน ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเสริมว่า ปี 2565 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัย สมาคมโรคที่เกี่ยวข้อง สภาเทคนิคการแพทย์ สมาคมเทคนิคการแพทย์ สภากาชาดไทย มหาวิทยาลัย รวมถึงสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล จัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์อย่างสมเหตุผล (RLU) โดยเริ่มต้นจาก 7 กลุ่มโรคที่พบมาก มีการส่งตรวจเยอะและมีค่าใช้จ่ายสูง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือโรค NCDs อย่างโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคติดเชื้อ ยังมีการตรวจไข้เลือดออก (เดงกี่) ปอดบวม วัณโรค และยังมีการตรวจสุขภาพประจำปี (Check-up) เพื่อให้โรงพยาบาลนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง และผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีโรงพยาบาลนำร่อง 23 แห่งใน 12 เขตสุขภาพนำแนวทาง RLU ไปใช้จนเกิดแนวปฏิบัติที่ดี ปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 900 แห่งทั่วประเทศ
     
ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า ได้ตั้งเป้าให้มีการดำเนินการ RLU ในปี 2569 ให้สามารถดำเนินการสั่งตรวจแล็บอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า โดยไม่กระทบต่อคุณภาพการตรวจแล็บ ไม่กระทบต่อผู้ป่วย โดยใช้กลไกลหลักๆ คือ 1. RLU ไกด์ไลน์  และ RLU How To  2.ราคากลางหรือราคามาตรฐานแล็บ และ 3.การขับเคลื่อนบัญชีรายการตรวจวินิจฉัยภายนอกร่างกายที่จำเป็นแห่งชาติ (National Essential In-Vitro Diagnostic List: NEDL) ซึ่งองค์การอนามัยโลก ให้ความสำคัญเรื่องนี้ 
 
 
“โรงพยาบาลที่สนใจเข้าร่วมโครงการ RLU สามารถสอบถามได้ที่สำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทรศัพท์ 0 2951 0000 ต่อ 99760, 99939 และในส่วนภูมิภาคที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแทพย์ 15 แห่งทั่วประเทศ หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.rluthailand.com ”
 
12 มีนาคม 2569   

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์