กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสารเร่งสุกตกค้างในผลไม้พบแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
2,206
19 พฤศจิกายน 2568

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสารเร่งสุกตกค้างในผลไม้พบแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยผลการตรวจวิเคราะห์สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช และสารเร่งสุกตกค้างในผลไม้ 4 ชนิดของไทย ได้แก่ ทุเรียน มะม่วง กล้วย และสับปะรด ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยพบว่า มีการตกค้างร้อยละ 43 ซึ่งใกล้เคียงกับผลการตรวจในปี 2565 และมีอัตราการตกค้างเกินมาตรฐานลดลงเหลือเพียง ร้อยละ 26 จากเดิมร้อยละ 34.3 สะท้อนถึงแนวโน้มการพัฒนาและควบคุมคุณภาพผลไม้ไทยที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า การตรวจครั้งนี้ดำเนินการโดยสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ร่วมกับ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย, ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 6 ชลบุรี, ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 9 นครราชสีมา และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา โดยเก็บตัวอย่างผลไม้ชนิดละ 50 ตัวอย่าง รวมทั้งสิ้น 200 ตัวอย่าง เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช 250 ชนิด และสารอีทีฟอน (ethephon) ซึ่งเป็นสารเร่งสุก โดยใช้วิธีทางห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025:2017

ผลการตรวจพบว่ามีการตกค้างของสารเคมีในผลไม้ 86 ตัวอย่าง (ร้อยละ 43) โดยผลไม้ที่พบการตกค้างมากที่สุดคือ ทุเรียน (62%) รองลงมาคือ กล้วย (38%) มะม่วง (2%) และสับปะรด (2%) ส่วนสารเคมีทางการเกษตรที่ตรวจพบทั้งหมด 38 ชนิด โดยสารเคมีที่ตรวจพบมากที่สุด 4 อันดับแรก ได้แก่  สารอีทีฟอน (ethephon)  สารไซเพอร์เมทริน (cypermethrin) สารคาร์เบนดาซิม (carbendazim) และสารแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน (lambda-cyhalothrin) ทั้งนี้ ผลการตรวจวิเคราะห์อ้างอิงเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 460 พ.ศ. 2568 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง และมาตรฐานสากล CODEX

สำหรับ สารอีทีฟอน พบการตกค้างไม่ผ่านเกณฑ์การยอมรับร้อยละ 13 โดยส่วนใหญ่พบในกล้วยและทุเรียนซึ่งเกษตรกรนิยมใช้เพื่อเร่งการสุกของผลไม้ให้ทันจำหน่าย ทั้งนี้ สารอีทีฟอนเมื่อสลายตัวจะกลายเป็นก๊าซเอทิลีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนพืชตามธรรมชาติ โดย CDC และ US-EPA จัดให้เป็นสารที่ไม่มีพิษ จึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค 

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้จะพบการตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชบางส่วนในทุเรียน มะม่วง สับปะรด และกล้วย โดยสารพิษตกค้างส่วนใหญ่จึงอยู่ที่เปลือก อนึ่งผู้บริโภคสามารถรับประทานผลไม้ไทยได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย โดยเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และล้างทำความสะอาดตามคำแนะนำของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก่อนรับประทาน”

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันว่า จะยังคงดำเนินการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพผลไม้ไทย และส่งเสริมมูลค่าทางเศรษฐกิจในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

 

19  พฤศจิกายน 2568    

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์