อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดศูนย์ EOC DMSc ระดมกำลังสนับสนุนพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ สั่งการทุกหน่วยในสังกัดเตรียมพร้อมบุคลากร เครื่องมือ เสริมความพร้อมแล็บทั่วประเทศ และสนับสนุนชุดดูแลสุขภาพประชาชน 50,000 ชุด

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
592
25 พฤศจิกายน 2568

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 — กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (EOC : DMSc) ครั้งที่ 1 เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานประชุม ณ ห้องประชุมกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผ่านระบบออนไลน์ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดทั้งส่วนกลางและศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เร่งเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ งบประมาณ และสนับสนุนชุดดูแลสุขภาพประชาชน 50,000 ชุด

 

ดร.นพ.สราวุฒิ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งดูแลประชาชนและสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ พร้อมทั้งแต่งตั้ง นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วนในพื้นที่ประสบภัย พร้อมมอบหมายให้ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 11 สุราษฎร์ธานี , 11/1 ภูเก็ต, 12 สงขลา และ 12/1 ตรัง จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับพื้นที่ โดยมีผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 ทำหน้าที่บัญชาการในระดับพื้นที่
ในส่วนของการจัดการข้อมูลข่าวสาร ได้มอบหมายให้ทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินด้านห้องปฏิบัติการและรังสี (LERT) และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ประสานงานกับ EOC เขต และโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง และความต้องการเร่งด่วนของพื้นที่ รวมถึงด้านโลจิสติกส์เพื่อจัดส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

 

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการเตรียมพร้อมห้องปฏิบัติการ และสำรองกำลังคน มอบหมายให้วางแผนการทำงานหรือจัดสรรบุคลากรเพื่อเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ได้รับผลกระทบเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานด้านชันสูตรและคุ้มครองผู้บริโภค และมอบหมายให้สำนักรังสีและเครื่องมือแพทย์ และสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ประสานงานและวางแผนเตรียมพร้อม Service delivery รวมถึงการฟื้นฟูห้องปฏิบัติการ สำหรับห้องปฏิบัติการศูนย์วิทย์ฯ และห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้มอบหมายให้หน่วยงานส่วนกลาง และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ไม่ได้รับผลกระทบ เร่งผลิตเวชภัณฑ์ อุปกรณ์จำเป็น จำนวน 50,000 ชุด สำหรับสนับสนุนพื้นที่ พร้อมจัดรวมในชุดดูแลสุขภาพประชาชน

 



“ทั้งนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะเปิดศูนย์ EOC DMSc ต่อเนื่องทุกวันเพื่อติดตามสถานการณ์ สั่งการช่วยเหลือ และสนับสนุนข้อมูลการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กระทรวงสาธารณสุข และเขตสุขภาพ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ” ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

****** 25 พฤศจิกายน 2568 ******

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์