“อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์” มอบต้นกล้าพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ให้แก่ “ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง” เพื่อนำไปส่งเสริมการปลูกในพื้นที่

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,147
24 มิถุนายน 2568

“อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์” มอบต้นกล้าพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ให้แก่ “ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง” เพื่อนำไปส่งเสริมการปลูกในพื้นที่ และพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้เกษตรกร เป็นต้นแบบของการอนุรักษ์สมุนไพรพื้นเมืองของไทย


วันนี้ (24 มิถุนายน 2568) ที่โรงแรมเรือรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดตรัง นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  มอบต้นกล้าพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ให้แก่ นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ซึ่งเป็นความสำเร็จจากความร่วมมือกันระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยสมุนไพร ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12/1 ตรัง ร่วมกับเครือข่ายภายในจังหวัดตรัง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ในการดำเนินโครงการศึกษาและอนุรักษ์พันธุ์พริกไทยพื้นเมืองของไทยด้วยเทคนิคชีวโมเลกุล เพื่อพัฒนาไปสู่พืชเศรษฐกิจทางการแพทย์ โดยมี นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ นายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตรัง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ผู้แทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี 


นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน เป็นพริกไทยพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดตรัง เป็นพันธุ์ดั้งเดิมที่ปลูกกันมาตั้งแต่โบราณ มีประวัติการปลูกมานับ 100 ปี และยังคงมีต้นพันธุ์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ มีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่น คือ มีรสชาติ ที่เผ็ดร้อนกำลังดี มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เมล็ดเล็ก ฝักแน่น เหมาะกับการรับประทานสดและแห้ง จึงเป็นที่นิยมในร้านอาหารเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยาอีกด้วย จากการศึกษาพบว่าพริกไทยอุดมไปด้วยสารสำคัญหลายชนิด เช่น สารไพเพอร์รีน (Piperine) ที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการต้านเชื้อรา แบคทีเรีย ต้านอนุมูลอิสระ และมีศักยภาพในการนำไปพัฒนาเป็นยาสำหรับรักษาโรคลมชัก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ และศักยภาพของพริกไทยพื้นเมือง จึงได้นำเทคโนโลยีชีวโมเลกุลอันทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาและจัดจำแนกพันธุ์ โดยการศึกษาอย่างละเอียดทั้งด้านสัณฐานวิทยา (พฤกษอนุกรมวิธาน) การระบุชนิดด้วยเทคนิคทางพันธุกรรมระดับโมเลกุล (Genome sequencing และ DNA barcode) การศึกษาเอกลักษณ์ทางเคมี และเอกลักษณ์ทางเภสัชเวท เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่ครบถ้วนของพริกไทยพื้นเมืองมีการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ ด้วยวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เพิ่มจำนวนต้นกล้าพริกไทยพันธุ์ดีอย่างรวดเร็วมีคุณภาพ อนุรักษ์สายพันธุ์แท้ และขยายผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการในอนาคต
นายแพทย์ยงยศ กล่าวอีกว่า โครงการศึกษาและอนุรักษ์พันธุ์พริกไทยพื้นเมืองของไทยด้วยเทคนิคชีวโมเลกุล เพื่อพัฒนาไปสู่พืชเศรษฐกิจทางการแพทย์ ใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน 2 ปี (พ.ศ.2567-2568) ทำให้ได้มาซึ่งฐานข้อมูลความสัมพันธ์ของข้อมูลพันธุกรรม สารสำคัญ และแหล่งสมุนไพรที่มีคุณภาพของพริกไทยพันธุ์พื้นเมืองในประเทศ รวมทั้งฐานข้อมูลทางพันธุกรรมของพริกไทยพันธุ์พื้นเมืองของประเทศ ซึ่งจะช่วยให้เรามีความมั่นคงทางด้านสมุนไพร และเพิ่มมูลค่าทางการค้าของพริกไทยพื้นเมืองไทย 


“วันนี้จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการส่งมอบต้นกล้าพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชให้กับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ยืนยันถึงความสำเร็จในการนำวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ในการขยายพันธุ์พืชอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่าเราจะมีต้นกล้าที่มีคุณภาพดี เพื่อนำไปส่งเสริมการเพาะปลูกในพื้นที่ พัฒนาพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรในจังหวัดตรัง สามารถรักษาอัตลักษณ์ของพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนดั้งเดิมไว้ได้ และเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และพัฒนาสมุนไพรพื้นเมืองของไทยต่อไป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการผลักดันพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนให้เป็นที่รู้จักและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างยั่งยืน” นายแพทย์ยงยศ กล่าว


 

24 มิถุนายน 2568

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์