กรมวิทย์ฯ อบรมฟื้นฟูความรู้และทักษะการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะและน้ำต้มกระท่อมเบื้องต้น

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
2,013
19 พฤษภาคม 2568
นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ยาเสพติดในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง โดยมีการจับกุมคดียาเสพติดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน และเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ในการดำเนินคดีตามกฎหมาย การตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการจึงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการตรวจสารเสพติดในตัวอย่างของกลางและในปัสสาวะ ซึ่งจำเป็นต้องใช้วิธีการและเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน รวมถึงบุคลากรที่มีความชำนาญ มีห้องปฏิบัติการที่มีสมรรถนะตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ซึ่งศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้พัฒนาวิธีการตรวจวิเคราะห์เชิงปริมาณที่ครอบคลุมชนิดของสารเสพติดที่พบในพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินการเฝ้าระวังการนำพืชมาใช้ในทางที่ผิด เช่น กัญชาและกระท่อมซึ่งมักพบการใช้ร่วมกับยาบ้าและยาแผนปัจจุบัน และเชื่อมโยงกับปัญหาอาชญากรรมตามที่ปรากฏในข่าวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ยังทำหน้าที่เป็นหน่วยอบรมและให้คำปรึกษาทางวิชาการแก่ห้องปฏิบัติการเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะและความชำนาญของบุคลากรให้สามารถดำเนินการตรวจพิสูจน์ได้ตามระบบคุณภาพและมาตรฐานสากลในทิศทางเดียวกัน รวมถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการรายงานผลการตรวจ และคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างเป็นธรรม
 
 


 
นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่อว่า ในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำกระท่อมจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 52 ตัวอย่าง ผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า ทุกตัวอย่างมีปริมาณสารไมทราไจนีนเกินกว่าค่าที่ อย. แนะนำ โดยมีความเข้มข้นอยู่ในช่วง 22.5 - 352.6 มิลลิกรัมต่อลิตร (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 109.5 มิลลิกรัมต่อลิตร) นอกจากนี้ ยังพบน้ำต้มกระท่อมผสมยาแผนปัจจุบัน เช่น คลอเฟนิรามีน และไดเฟนไฮดรามีน รวมถึงสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างถึงร้อยละ 23.1 ได้แก่ อะซีทามิพริด (กลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ ใช้ป้องกันและกำจัดเพลี้ย) และคาร์เบนดาซิม (กลุ่มเบนซิมิดาโซล ใช้ป้องกันกำจัดเชื้อรา) พบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์ม ร้อยละ 79.2 รองลงมาคือ ยีสต์และรา พบในสัดส่วนร้อยละ 59.6 และเชื้ออีโคไล ร้อยละ 19.2 ซึ่งบ่งชี้ถึงความไม่ปลอดภัยในการบริโภค แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีการศึกษาความเสี่ยงโดยตรงจากการบริโภคน้ำกระท่อมที่มีการผสมยาหรือปนเปื้อนสารเหล่านี้ แต่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ขอเน้นย้ำว่า การบริโภคน้ำกระท่อมที่มีปริมาณไมทราไจนีนสูง การปลอมปนยาแผนปัจจุบัน การปนเปื้อนของจุลินทรีย์ หรือสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง หากบริโภคเป็นประจำและติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย และส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ยิ่งไปกว่านั้น การดื่มน้ำกระท่อมในบางกรณีอาจทำให้เกิดอาการมึนเมา และนำไปสู่ความรุนแรงหรือเหตุทะเลาะวิวาท
 
 

 
การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “ฟื้นฟูความรู้และทักษะการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะและน้ำต้มกระท่อมเบื้องต้น” ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อสารสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจการให้บริการของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี และให้ข้อมูลทางวิชาการที่ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปใช้ประกอบการดำเนินงานได้ เช่น เหตุผลและความจำเป็นของการจัดการวัตถุพยานที่ดี ระบบคุณภาพและมาตรฐานการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ การนำส่งของกลาง กัญชา กระท่อมและบุหรี่ไฟฟ้า และฝึกปฏิบัติการตรวจหาสารไมทราไจนินในปัสสาวะและน้ำต้มกระท่อม ด้วยชุดทดสอบ รวมถึงแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้รับบริการ ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 4 สำนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลอุดรธานี สถานีตำรวจภูธรอุดรธานี และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์อย่างเข้มข้น โดยมีผู้เข้าร่วมอบรม 130 คน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องประชุมมุขมนตรี โรงแรมเจริญโฮเต็ล อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี
 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์