10 ประเทศอาเซียนร่วมกันผลิตสารมาตรฐานให้มีคุณภาพระดับสากล สร้างความเชื่อมั่นและลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ประชาชนในภูมิภาคได้รับยาและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อสุขภาพ

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
861
29 กรกฎาคม 2568

วันนี้ (16 กรกฎาคม 2568) นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการผลิตสารมาตรฐานอาเซียน ครั้งที่ 17 (The 17th Meeting on the Production of ASEAN Reference Substances) โดยมี เภสัชกรหญิงศิริวรรณ ชัยสมบูรณ์พันธ์ ผู้อำนวยการสำนักยาและวัตถุเสพติด ตัวแทนจากประเทศอาเซียนที่รับผิดชอบงานในโครงการผลิตสารมาตรฐานอาเซียน (ASEAN Reference Substances, ARS) ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรจากสำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตริช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี

 


นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักยาและวัตถุเสพติด ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าโครงการผลิตสารมาตรฐานอาเซียน (ASEAN Reference Substances, ARS) และในฐานะผู้ผลิตสารมาตรฐานด้านยาแห่งเดียวของประเทศไทยซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 17034:2016 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตสารมาตรฐานด้านยา สำหรับใช้ในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อลดงบประมาณและประหยัดค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อสารมาตรฐานของแต่ละประเทศ โดยมีบทบาทในการเป็นผู้วางแผน เพื่อกำหนดกิจกรรมในแต่ละปีของโครงการ ติดตามความก้าวหน้าของงาน รวมถึงการประสานงานและร่วมแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศสมาชิก ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของโครงการผลิตสารมาตรฐานอาเซียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสอดคล้องกัน ในกลุ่มประเทศสมาชิก และเพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านคุณภาพของสารมาตรฐานอาเซียนภายใต้การผลิตที่เป็นไปตามมาตรฐานระดับสากล

 




ทั้งนี้ สารมาตรฐาน คือสารที่ใช้สำหรับเปรียบเทียบกับสารที่ต้องการตรวจสอบเพื่อหาปริมาณตัวยาสำคัญ หรือตรวจเอกลักษณ์ หรือหาความบริสุทธิ์ของสาร สารมาตรฐานด้านยามีความสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมคุณภาพยาและเภสัชภัณฑ์ เนื่องจากวิธีวิเคราะห์ต่างๆ ทั้งวิธีทางเคมีฟิสิกส์และชีววิทยาที่ใช้ในการควบคุมคุณภาพยาส่วนใหญ่ ต้องใช้สารมาตรฐานเป็นตัวเปรียบเทียบ นอกจากนี้ยังใช้สารมาตรฐานในการพัฒนาและทดสอบของวิธีวิเคราะห์และใช้ในการสอบเทียบเครื่องมือ

 












นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้เชิญตัวแทนของแต่ละประเทศสมาชิกที่รับผิดชอบงานในโครงการนี้ เพื่อรายงานความคืบหน้าของงานในโครงการผลิตสารมาตรฐานอาเซียน ร่วมกันแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น จากการดำเนินงาน และวางแผนการดำเนินงานของโครงการในอนาคต รวมถึงพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตสารมาตรฐานอาเซียนให้สอดคล้องกันภายในกลุ่มประเทศสมาชิก การพัฒนาองค์ความรู้ในการผลิตสารมาตรฐานอาเซียนให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล โดยได้เชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ด้านข้อกำหนดทั่วไปสำหรับความสามารถของผู้ผลิตวัสดุอ้างอิง และระบบคุณภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตวัสดุอ้างอิง เช่น  ISO 17034:2016

 


“โครงการผลิตสารมาตรฐานอาเซียน  เกิดจากความร่วมมือกันของสมาชิกในกลุ่มอาเซียนรวม 10 ประเทศ ที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนาและปรับปรุงระบบการดำเนินงานผลิตสารมาตรฐานอาเซียนให้สอดคล้องกับระดับสากล ทำให้สารมาตรฐานอาเซียนที่ผลิตได้มีคุณภาพสามารถแบ่งปันกันใช้ภายในประเทศสมาชิก ลดต้นทุนในการนำเข้าสารมาตรฐานจากต่างประเทศ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อสารมาตรฐานของแต่ละประเทศต่อปีเป็นเงินจำนวนมากแล้ว ส่งผลให้ประชาชนในระดับภูมิภาคได้รับยาและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและความปลอดภัยต่อสุขภาพในราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยา รวมทั้งงานวิจัยและพัฒนาด้านยาทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน”นายแพทย์ยงยศ กล่าว 

***16 กรกฎาคม 2568***

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์