กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมจัดนิทรรศการในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22 โชว์ “ผลิตภัณฑ์สเปรย์ฟิล์มจากสารสกัดกระท่อมแก้ปวดกล้ามเนื้อและลดอักเสบ และแจกกล้าไม้สมุนไพร” ขอเชิญชวนเที่ยวงานและเยี่ยมชมบูธกรมวิทย์ฯ 2-6 ก.ค. นี้ ที่ฮอลล์ 11-12 อิมแพค เมืองทองธานี

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,123
17 กรกฎาคม 2568

 

 นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันวิจัยสมุนไพร ร่วมจัดนิทรรศการในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22 นำเสนอผลงานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ด้วยแนวคิด “สมุนไพรไทย  สู่นวัตกรรม สร้างเศรษฐกิจไทย” ภายในบูธกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะมีนำเสนอผลงาน จากการศึกษาวิจัยและพัฒนาสมุนไพร ทั้งองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางห้องปฏิบัติการด้านสมุนไพร รวมถึงผลิตภัณฑ์  และนวัตกรรมต้นแบบ ผ่านระบบการศึกษาวิจัยทางห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล พร้อมถ่ายทอดให้ผู้สนใจ ทั้งภาครัฐและเอกชน นำไปต่อยอดเชิงอุตสาหกรรม ส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพจากสมุนไพร โดยนำเสนอผลงานจากการศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้สมุนไพร ดังนี้ 

 



นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรกระท่อมต้านอักเสบ “ผลิตภัณฑ์สเปรย์ฟิล์ม” เป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบสเปรย์ฟิล์ม สำหรับใช้ภายนอก ใช้ฉีดพ่นเพื่อบรรเทาอาการอักเสบและลดอาการปวด ซึ่งจากการศึกษาวิจัยฤทธิ์ต้านอักเสบในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่า สารสกัดสมุนไพรกระท่อมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ผ่านกระบวนการยับยั้งการหลั่งสารไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide, NO) พรอสตาแกลนดิน อีทู (Prostaglandin E2, PGE2) ไม่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนังเพาะเลี้ยง และไม่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ได้ปริมาณมากกว่า 10% ในระดับอุตสาหกรรม ดังนั้นผลิตภัณฑ์สเปรย์ฟิล์ม จึงเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากงานวิจัยศึกษาฤทธิ์ต้านอักเสบ และฤทธิ์ปวดในสัตว์ทดลอง เพื่อเพิ่มมูลค่าสารสกัดสมุนไพรกระท่อม เป็นการต่อยอดสมุนไพรไปสู่เศรษฐกิจสมุนไพร สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศ

 

นอกจากนี้ได้นำ สารสกัดใบรางจืด ที่ได้รับการควบคุมคุณภาพทางเคมีมาพัฒนาสูตรตำรับเป็นผลิตภัณฑ์ เจลล้างหน้า เจลอาบน้ำ และแชมพู โดย สารสกัดใบรางจืดมีสารสำคัญ กลุ่มฟีนอลิก (phenolics) ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการทำลายคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง กระตุ้นการสร้างไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ในชั้นผิว ให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวหนังมีความกระชับ และคงความอ่อนนุ่ม 

 



 




นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า ขอเชิญชวนผู้สนใจเที่ยวงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ และเข้าเยี่ยมชมการแสดงผลงานที่บูธนิทรรศการของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยจะมีกิจกรรมสันทนาการให้ได้ร่วมสนุก เพื่อรับของรางวัลและของที่ระลึกมากมาย และในแต่ละวันจะมีการแจกกล้าไม้สมุนไพร พร้อมข้อมูลการเพาะเลี้ยงและความรู้ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับกล้าไม้สมุนไพร สามารถนำไปปลูกและใช้ในครัวเรือนได้ และยังมีกิจกรรมบนเวทีกลาง เช่น การเสวนาวิชาการ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับงานด้านสมุนไพร สาธิตการทำตัวอย่างไม้อ้างอิงในงานวิจัย การเตรียมผลิตภัณฑ์โทนเนอร์ (Toner) บำรุงผิวหน้าจากสารสกัดสมุนไพร นอกจากนี้ยังสามารถรับชมผ่านทางออนไลน์ Facebook live ที่เพจ สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้อีกช่องทางหนึ่ง” นายแพทย์ยงยศ กล่าว                
 

*** 2 กรกฎาคม 2568 ***

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์