กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ พบสายพันธุ์ A(H1N1)pdm09 มากที่สุด ยังไม่พบการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้การดื้อยาต้านไวรัส

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
67
5 พฤศจิกายน 2569

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์เฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2569 พบเชื้อ A(H1N1)pdm09 เป็นสายพันธุ์ที่ตรวจพบมากที่สุด ขณะที่ผลการวิเคราะห์ทางพันธุกรรม ยังไม่พบการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้การดื้อยาต้านไวรัสในตัวอย่างที่ตรวจวิเคราะห์ ยืนยันเดินหน้าเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์และการดื้อยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกันและควบคุมโรค พร้อมแนะประชาชน ดูแลสุขอนามัยและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุข
ดร.นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ของศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ (Thai National Influenza Center) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงไข้หวัดใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า
ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2569 มีตัวอย่างผู้ป่วยที่ส่งตรวจเฝ้าระวังรวม 8,734 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 1,278 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 14.63 โดยเป็นเชื้อ A(H1N1)pdm09 จำนวน 704 ตัวอย่าง (ร้อยละ 55.09) เชื้อ A(H3N2) จำนวน 306 ตัวอย่าง (ร้อยละ 23.94) และเชื้อ B/Victoria lineage จำนวน 268 ตัวอย่าง (ร้อยละ 20.97)
สำหรับเดือนตุลาคม 2569 มีตัวอย่างผู้ป่วยส่งตรวจ 581 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 122 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 21.00 โดยเป็นเชื้อ A(H1N1)pdm09 จำนวน 115 ตัวอย่าง (ร้อยละ 94.26) เชื้อ A(H3N2) จำนวน 3 ตัวอย่าง (ร้อยละ 2.46) และเชื้อ B/Victoria lineage จำนวน 4 ตัวอย่าง (ร้อยละ 3.28) สะท้อนให้เห็นว่าเชื้อ A(H1N1)pdm09 เป็นสายพันธุ์ที่ตรวจพบมากที่สุดในเดือนดังกล่าว





ดร.นพ.อดิสรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามสายพันธุ์ย่อยของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ พบว่า เชื้อ A(H1N1)pdm09 สายพันธุ์ 6B.1A.5a.2a.1 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 และยังคงเป็นสายพันธุ์หลักที่ตรวจพบ ขณะที่เชื้อ A(H3N2) พบสายพันธุ์ย่อย K เป็นสายพันธุ์หลักตลอดช่วงการเฝ้าระวัง และเชื้อ B/Victoria lineage ตรวจพบสายพันธุ์ V1A.3a.2 ทั้งนี้ การติดตามสายพันธุ์และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง มีความสำคัญต่อการประเมินแนวโน้มของเชื้อที่แพร่ระบาด และสนับสนุนการวางมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเหมาะสม 
สำหรับการเฝ้าระวังการดื้อยาต้านไวรัส โดยการวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีน Neuraminidase (NA) พบว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2569 ไม่พบการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง H275Y ในเชื้อ A(H1N1)pdm09 ซึ่งสัมพันธ์กับการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ และไม่พบการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งอื่น ซึ่งมีรายงานว่าสัมพันธ์กับการลดความไวต่อยาต้านไวรัสกลุ่ม neuraminidase inhibitors ในเชื้อ A(H1N1)pdm09, A(H3N2) และ B/Victoria lineage ทั้งนี้ ตัวอย่างที่ตรวจวิเคราะห์ในเดือนตุลาคม 2569 จำนวน 127 ตัวอย่าง ไม่พบการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้การดื้อยาต้านไวรัส



“กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามสายพันธุ์, การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม และการดื้อยาต้านไวรัส เพื่อสนับสนุนข้อมูลทางห้องปฏิบัติการสำหรับการประเมินสถานการณ์และวางแนวทางด้านสาธารณสุขอย่างเหมาะสม พร้อมขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุข เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวทิ้งท้าย

****** 5 พฤศจิกายน 2569 ******

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์