กรมวิทย์ฯ ประกาศความพร้อมสูงสุด ใช้ห้อง BSL-3 ตรวจวินิจฉัย Hantavirus อย่างปลอดภัย

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
141
9 พฤษภาคม 2569


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการอ้างอิงและระบบ BSL-3 สำหรับรองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อฮันตาไวรัส (Hantavirus) ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังโรคของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การติดเชื้อ Hantavirus ที่มีรายงานในหลายประเทศ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับความพร้อมด้านการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อรองรับการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที หากพบผู้ป่วยต้องสงสัยในประเทศไทย
ปัจจุบัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีห้องปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (BSL-3) สำหรับรองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคอันตราย โดยห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านไวรัสและโรคอุบัติใหม่สามารถตรวจวินิจฉัยเชื้อ Hantavirus ได้ตามมาตรฐานสากล ทั้งการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี Real-time PCR และการตรวจทางซีรัมวิทยา ภายใต้ระบบควบคุมคุณภาพทางห้องปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ทันสมัย ช่วยให้สามารถตรวจยืนยันเชื้อได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ

 


อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า Hantavirus เป็นเชื้อไวรัสที่พบในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู สามารถติดต่อสู่คนผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง มูล หรือปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อ การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยอาการเริ่มต้นมักมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน และในบางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หายใจลำบาก หรือไตวาย แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ติดตามข้อมูลทางวิชาการและสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือด้านการเฝ้าระวังโรค เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 




ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก แต่ควรดูแลสุขอนามัย หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ฟันแทะหรือพื้นที่ที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากหนู พร้อมรักษาความสะอาดภายในบ้านและสถานที่เก็บอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันความพร้อม และมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ของประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านสุขภาพและยกระดับศักยภาพประเทศในการรับมือโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำในอนาคต

****** 9 พฤษภาคม 2569 ******

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202608051778239015158605105-7721.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยพบเชื้อแบคทีเรียดื้อยาคาร์บาพีเนม สูงเกินร้อยละ 70 เสี่ยงไม่มียารักษาในอนาคต ชูระบบสุขภาพ One Health เฝ้าระวังภาวะดื้อยาทั้งระบบ และเตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยสถานการณ์เชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศไทยจากข้อมูลเฝ้าระวังย้อนหลัง 10 ปี พบแนวโน้มการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเชื้อ Acinetobacter calcoaceticus-baumannii complex (อะซินีโตแบคเตอร์ แคลโคอะซีติคัส-เบามันนีไอ คอมเพล็กซ์) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลที่รุนแรง มีอัตราการดื้อยาปฏิชีวนะกลุ่ม carbapenem (คาร์บาพีเนม) ซึ่งเป็นยาต้านจุลชีพทางเลือกสุดท้าย สูงกว่าร้อยละ 70 สะท้อนความรุนแรงของปัญหาเชื้อดื้อยาที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและทางเลือกในการรักษาผู้ป่วย เตือนประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อชะลอการดื้อยาในอนาคต

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์