กรมวิทย์ฯ ประกาศความพร้อมสูงสุด ใช้ห้อง BSL-3 ตรวจวินิจฉัย Hantavirus อย่างปลอดภัย

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
947
9 พฤษภาคม 2569


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการอ้างอิงและระบบ BSL-3 สำหรับรองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อฮันตาไวรัส (Hantavirus) ได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังโรคของประเทศอย่างเต็มศักยภาพ
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การติดเชื้อ Hantavirus ที่มีรายงานในหลายประเทศ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับความพร้อมด้านการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อรองรับการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที หากพบผู้ป่วยต้องสงสัยในประเทศไทย
ปัจจุบัน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีห้องปฏิบัติการความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (BSL-3) สำหรับรองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคอันตราย โดยห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านไวรัสและโรคอุบัติใหม่สามารถตรวจวินิจฉัยเชื้อ Hantavirus ได้ตามมาตรฐานสากล ทั้งการตรวจสารพันธุกรรมของเชื้อด้วยวิธี Real-time PCR และการตรวจทางซีรัมวิทยา ภายใต้ระบบควบคุมคุณภาพทางห้องปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ทันสมัย ช่วยให้สามารถตรวจยืนยันเชื้อได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ

 


อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า Hantavirus เป็นเชื้อไวรัสที่พบในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู สามารถติดต่อสู่คนผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง มูล หรือปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อ การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยอาการเริ่มต้นมักมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน และในบางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หายใจลำบาก หรือไตวาย แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ติดตามข้อมูลทางวิชาการและสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือด้านการเฝ้าระวังโรค เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

 




ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก แต่ควรดูแลสุขอนามัย หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ฟันแทะหรือพื้นที่ที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากหนู พร้อมรักษาความสะอาดภายในบ้านและสถานที่เก็บอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยืนยันความพร้อม และมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ของประเทศ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านสุขภาพและยกระดับศักยภาพประเทศในการรับมือโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำในอนาคต

****** 9 พฤษภาคม 2569 ******

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-283599668.jpg
จากห้องแล็บสู่ดอยสูง! กรมวิทย์ฯ ลุย ‘น่าน’ หนุนโมเดลต้นแบบพระราชดำริ ดันสมุนไพร-กาแฟไทยสู่สากล

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้รับเชิญจากสำนักงานองคมนตรี โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ประธานคณะกรรมการโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนตามพระราชดำริ เข้าร่วมการพัฒนาบ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ดำเนินโครงการฯ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่เขตชนบท ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พัฒนาอัตลักษณ์ และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น อันจะนำไปสู่การแก้ไขและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202624071784896248755547611-8151.JPG
กรมวิทย์ฯ ร่วมกับมูลนิธิธาลัสซีเมียฯ ปิดประชุมวิชาการครั้งที่ 27 เดินหน้าประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับมูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย ปิดฉากการประชุมสัมมนาวิชาการธาลัสซีเมียแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 พร้อมมอบรางวัลผลงานวิจัยและผลงานวิชาการดีเด่น ตอกย้ำความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงในประชากรรุ่นใหม่” ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมห้องปฏิบัติการขั้นสูง

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-356276721.jpg
เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคน รู้ผลธาลัสซีเมีย ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง รู้เร็ว รักษาเร็ว ลดความรุนแรง มุ่งสู่คนไทยรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุข โดย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย และ ภาคีเครือข่าย ร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ประชากรรุ่นใหม่ปลอดโรคธาลัสซีเมีย” โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการขั้นสูง ตรวจวินิจฉัยโรคให้มีความแม่นยำสูงสุด สามารถระบุพาหะและตัวแปรพันธุกรรมที่ซับซ้อนเพื่อการรักษาได้อย่างตรงจุดแม่นยำนำเข้าสู่ระบบบริการและผลักดันให้เป็นสิทธิประโยชน์เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ พร้อมเร่งยกระดับห้องปฏิบัติการเครือข่ายทั่วประเทศให้มีคุณภาพมาตรฐานและจัดทำฐานข้อมูลระดับประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการวางนโยบายเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-361965682.jpg
กรมวิทย์ฯ จับมือ กทม. ยกระดับอสส.เมืองกรุง ใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เสริมเกราะคุ้มครองผู้บริโภคนชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ติวเข้มอาสาสมัครสาธารณสุขวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน (อสส.) และพี่เลี้ยงกว่า 200 ชีวิต ด้วยแนวคิด “บันได 3 ขั้น” ตั้งแต่การเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล การฝึกใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดยมีพยาบาลวิชาชีพและเภสัชกรคอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด มุ่งสร้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญของเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และส่งต่อความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-594091221.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึก สกร. ปั้น “ครูนักวิทย์” 77 จังหวัด ส่งเสริมความรอบรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารและสุขภาพในชุมชน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ เดินหน้าพัฒนา “ครูนักวิทย์” รุ่นแรก 154 คน จาก 77 จังหวัด เสริมทักษะด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เยาวชนและประชาชน สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหาร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และน้ำบริโภคในระดับชุมชน มุ่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ลดความเสี่ยง และสร้างสังคมที่ปลอดภัยด้วยหลักฐานเชิงวิทยาศาสตร์

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202609071783584009677387105-8075.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือ JICA ชูเทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (WGS) ยกระดับระบบเฝ้าระวังวัณโรคเชิงรุก มุ่งยุติวัณโรคของไทย

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายยุติวัณโรคของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีจีโนมิกส์และการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม (Whole Genome Sequencing: WGS) เสริมศักยภาพระบบเฝ้าระวังและสอบสวนโรค เปลี่ยนจากการรอรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสู่การค้นหาเชิงรุก พร้อมยกระดับสู่ "ระบบข่าวกรองสาธารณสุขเชิงรุกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจีโนม" เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของวัณโรคและวัณโรคดื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์