กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
460
23 มิถุนายน 2569

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

วันนี้ (23 มิถุนายน 2569) ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ เขตสุขภาพที่ 2 โดยมี ภก.เลิศชาย เลิศวุฒิ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 2 พร้อมด้วย นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นพ.วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ดร.นพ.สุรเดชช ชวะเดช ผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอำเภอ ในเขตสุขภาพที่ 2 และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ขับเคลื่อนงาน “วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน” (Community Medical Sciences) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการดูแลสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภคในระดับพื้นที่ โดยมี “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ สนับสนุนการทำงานร่วมกับเครือข่ายสาธารณสุข และสร้างระบบเฝ้าระวังสุขภาพที่เข้มแข็งจากฐานราก

สำหรับการดำเนินงานในเขตสุขภาพที่ 2 ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 2 พิษณุโลก ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอใน 5 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และตาก พร้อมภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาศักยภาพ อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน การใช้ชุดทดสอบเบื้องต้น (Test Kits) และการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพ เกิดการยกระดับมาตรฐานงานสาธารณสุขเชิงพื้นที่ให้เข้มแข็ง จนเป็นสาธารณสุขอำเภอต้นแบบจากทั้ง 5 จังหวัด ที่ดำเนินงานเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในผักสดและผลไม้สดด้วยชุดทดสอบ ซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice) และสามารถขยายผลสู่การเป็นต้นแบบสู่พื้นที่อื่น เพื่อช่วยปกป้องความเสี่ยงจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย และสร้างระบบคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุกในระดับชุมชน

ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายและบทบาทของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอในเขตสุขภาพที่ 2 ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน พร้อมสื่อสารหลักสูตรพี่เลี้ยงวิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลการดำเนินงานที่เป็นเลิศ รวมถึงจัดทำแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่ 5 จังหวัด สำหรับปีงบประมาณ 2569–2570 นอกจากนี้ ยังมีพิธีเชิดชูเกียรติและมอบประกาศนียบัตรแก่สาธารณสุขอำเภอนำร่องด้านการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างในผักและผลไม้ เพื่อเป็นต้นแบบขยายผลสู่พื้นที่ต่างๆ ของประเทศ

 

23 มิถุนายน 2569

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์