“สมศักดิ์” เดินหน้าพบ อสส. เขตวังทองหลาง ลาดพร้าว ให้ความรู้การนับคาร์บ เป็นกระบอกเสียงรณรงค์ประชาชนในพื้นที่ กทม. บริโภคคาร์โบไฮเดรตแต่พอดี เพื่อลดเสี่ยง ลดโรค NCDs

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
691
17 สิงหาคม 2568
“สมศักดิ์” เดินหน้าพบ อสส. เขตวังทองหลาง ลาดพร้าว ให้ความรู้การนับคาร์บ เป็นกระบอกเสียงรณรงค์ประชาชนในพื้นที่ กทม. บริโภคคาร์โบไฮเดรตแต่พอดี เพื่อลดเสี่ยง ลดโรค NCDs 
 
 
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน นับคาร์บ นำสุขภาพ ลดเสี่ยง ลดโรค NCDs ในพื้นที่เขตเมือง “อสส. นับคาร์บอย่างไร คาร์บที่ใช่ ชีวิตที่ดี” ในเขตวังทองหลาง เขตลาดพร้าว โดยมีนายเเพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายเเพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การเเพทย์ บรรยายให้ความรู้ “อสส. นับคาร์บอย่างไร ให้ถูกต้อง” ตั้งเป้าสร้างการรับรู้การนับคาร์บให้ อสส. ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 50 เขต ณ อาคารปฏิบัติการวิทยุและโทรทัศน์ สำนักงานใหญ่ อสมท. (MCOT) กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2568
 
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายที่จะทำให้คนไทยห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs โรคไม่ติดต่อแต่เรื้อรังสามารถป้องกันได้และแก้ไขได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนที่เพียงพอ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี รวมถึงการกินอาหารที่เหมาะสม รู้จักนับคาร์บหรือคาร์โบไฮเดรตจากแป้งและน้ำตาลทราย ที่ผ่านมา อสม. อสส. รวมกันกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศได้สอนให้พี่น้องประชาชนนับคาร์บไปแล้ว 41 ล้านคน ซึ่งสามารถลดจำนวนผู้ป่วยลดการใช้ยาและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาเป็นอย่างมาก สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานครต้องขอให้พี่น้อง อสส. ซึ่งมีจำนวน 13,000 คน ช่วยถ่ายทอดความรู้การนับคาร์บให้แก่ประชาชนต่อไป 
 
 
ด้านนายแพทย์มณเทียร คณาสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  กระทรวงสาธารณสุข ตระหนักถึงปัญหา ประชาชนคนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 6 พบว่ามีผู้ป่วยเบาหวาน 6.5 ล้านคนผู้ป่วยความดันโลหิตสูง 14 ล้านคนและผู้ป่วยไตเรื้อรัง 1 ล้านคน สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และกลุ่มป่วย สูงกว่าภาพรวมของประเทศ เช่น ภาวะอ้วนลงพุงในกรุงเทพมหานคร พบทั้งสิ้น 56.1% เทียบกับภาพรวมของประเทศ 39.4% และโรคเบาหวาน 12.5% เทียบกับภาพรวมประเทศ 9.5% จึงเป็นที่มาของการจัดงานในพื้นที่เขตวังทองหลาง และเขตล้าวพร้าว ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขซึ่งเป็นแกนนำสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ให้เกิดความตระหนักและสามารถจัดการสุขภาพตนเองเพื่อลดความเสี่ยงลดโรค NCDs โดยมีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดนิทรรศการข้าว GI ที่มีปริมาณน้ำตาลน้อย นิทรรศการเผยแพร่ความรู้ “นวัตกรรมอาหารและวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกิจกรรมบรรยายให้ความรู้การนับคาร์บ แก่ผู้เข้าร่วมงาน
 
นายแพทย์พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า  วิธีการลดการป่วย ความเสี่ยง จากโรคเบาหวาน ความดัน คือการคุมน้ำหนัก คุมอาหาร แต่ไม่ใช่การอดอาหาร ซึ่งน้ำตาลที่กินเข้าไปเยอะ จะไปเกาะกับหลอดเลือด ดังนั้นจึงต้องกินแต่พอดี กระทรวงสาธารณสุขจึงรณรงค์เรื่องการนับคาร์บ หรือนับปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เราควรได้รับในแต่ละวัน ซึ่งการนับคาร์บ 1 คาร์บ หากเทียบกับข้าวสวยเท่ากับ 1 ทัพพี หรือหากเป็นข้าวเหนียวคือรับประทานครึ่งทัพพี เป็นต้น อย่างไรก็ตามแต่ละคนจะมีปริมาณที่ควรได้รับไม่เท่ากัน ซึ่งสามารถคำนวณปริมาณคาร์บได้ โดยกรอกข้อมูลในแบบคำนวณหาปริมาณคาร์โบไฮเดรต (คาร์บ) ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน หรือกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ 3 หมอนับคาร์บ https://3doctor.hss.moph.go.th/ ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข 
                                                                                                                                                                   
    
 
 
 17 สิงหาคม 2568 

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์