กรมวิทย์ฯพัฒนา“การตรวจความแรงวัคซีนป้องกันวัณโรค ด้วยวิธีทางเลือกใหม่ที่เร็วกว่า ถูกกว่า แม่นยำกว่า” พร้อมจัดอบรมผ่านช่องทางออนไลน์

โดย : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
1,688
30 ตุลาคม 2563

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พัฒนา“การตรวจความแรงวัคซีนป้องกันวัณโรค ด้วยวิธีทางเลือกใหม่ที่เร็วกว่า
ถูกกว่า แม่นยำกว่า” พร้อมจัดอบรมให้สมาชิกเครือข่าย WHO ผ่านช่องทางออนไลน์


กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนานวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์ความแรงของวัคซีนป้องกันวัณโรคหรือที่เรียกกันว่า “วัคซีนบีซีจี” ด้วยวิธีทางเลือกใหม่ที่เร็วกว่า ถูกกว่า แม่นยำกว่า โดยการตรวจวัดปริมาณพลังงาน ATP ในเซลล์ (intracellular ATP assay) ของเชื้อแบคทีเรียที่มีชีวิตในวัคซีนบีซีจี ลดขั้นตอนในการทดสอบเหลือเพียง 2 วัน พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดอบรมให้กับห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพภาครัฐด้านวัคซีนของประเทศสมาชิกเครือข่ายองค์การอนามัยโลก จำนวน 8 ประเทศ ประกอบด้วย บราซิล แอฟริกาใต้ แคนาดา ตูนีเซีย บัลแกเรีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย ในวันที่ 9 และ 16 พฤศจิกายน 2563 ผ่านช่องทางออนไลน์ระบบ Zoom

 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สถาบันชีววัตถุ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพวัคซีนและชีววัตถุของประเทศ ได้มีการพัฒนานวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์ความแรงของวัคซีนป้องกันวัณโรคหรือที่เรียกกันว่า “วัคซีนบีซีจี” ด้วยวิธีทางเลือกใหม่ คือ การตรวจวัดปริมาณพลังงาน ATP ในเซลล์ (intracellular ATP assay)  ของเชื้อแบคทีเรียที่มีชีวิตในวัคซีนบีซีจี ซึ่งวิธีนี้ได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง ความเหมาะสมของวิธีตามระบบคุณภาพ ปัจจุบันสถาบันชีววัตถุ ได้นำมาใช้ในการวิเคราะห์ความแรงของวัคซีนบีซีจีแทนวิธีดั้งเดิมที่ใช้การนับจำนวนโคโลนีเชื้อ (culturable particle test)  ที่ต้องใช้เวลาในการเพาะเลี้ยงเชื้อให้เจริญในอาหารเลี้ยงเชื้อที่จำเพาะ นาน 1 เดือน มีความยุ่งยากในการทดสอบ ในขณะที่วิธีใหม่มีความสะดวกในขั้นตอนการทดสอบใช้เวลาสั้นเพียง 2 วัน และมีความถูกต้องแม่นยำสูงกว่า ซึ่งวิธีใหม่นี้ทางสถาบันชีววัตถุได้นำเสนอในการประชุมเครือข่ายห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพชีววัตถุภาครัฐขององค์การอนามัยโลกที่ประเทศอิตาลี เมื่อปี พ.ศ.2561 ทำให้หลายประเทศสนใจที่จะใช้วิธีทางเลือกใหม่ในการทดสอบความแรงของวัคซีนบีซีจี 

นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวต่ออีกว่า ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประสานมายังสถาบันชีววัตถุให้ดำเนินการจัดการฝึกอบรมการตรวจวิเคราะห์ความแรงของวัคซีนบีซีจี ด้วยวิธีทางเลือกใหม่ intracellular ATP ให้กับห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพภาครัฐด้านวัคซีนของประเทศสมาชิกเครือข่าย จำนวน 8 ประเทศ ประกอบด้วย บราซิล แคนาดา ตูนีเซีย บัลแกเรีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย แต่เนื่องจากเกิดการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ไม่สามารถจัดการอบรมในสถานที่ได้ ทางองค์การอนามัยโลกจึงให้สถาบันชีวัตถุจัดทำสื่อการอบรมผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปวีดีโอ แสดงขั้นตอนวิธีการทดสอบโดยละเอียด พร้อมบรรยายวิธีการทดสอบความถูกต้องของวิธี (method validation) ประกอบการนำเสนอ   ด้วยวาจา โดยกำหนดวันฝึกอบรบในวันที่ 9 และวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ผ่านช่องทางออนไลน์ระบบ Zoom 



 “การอบรมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสในการสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับในระดับสากลให้กับห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพวัคซีนและยาชีววัตถุของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลต่อการยอมรับวัคซีนที่ผลิตในประเทศ เพื่อการส่งออกในอนาคตต่อไป” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202626061782472570436694372-7999.jpg
กรมวิทย์ฯ ปิดการประชุมวิชาการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ตอกย้ำการขับเคลื่อนสุขภาพคนไทย สู่การมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่น 36 ผลงาน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปิดการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ครั้งที่ 34 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมมอบรางวัลผลงานวิชาการดีเด่นจำนวน 36 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดและนำเสนอรวม 455 ผลงาน สะท้อนศักยภาพด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-297293478.jpg
กรมวิทย์ฯ ผนึกเครือข่ายสาธารณสุข เขต 2 ขับเคลื่อนศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ระดับอำเภอ เสริมระบบเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุก สร้างความปลอดภัยผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพในระดับพื้นที่ จับมือเครือข่ายสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบาย “ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชนระดับอำเภอ” เพื่อเสริมศักยภาพชุมชนให้เข้มแข็ง ผ่านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์ สู่การเป็นต้นแบบเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านสุขภาพ สร้างความปลอดภัยกับผู้บริโภคในชุมชนอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202619061781836402244199274-7961.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผุดแอป “คัดแยกเห็ดไทย” สกัดป่วย-ตายจากเห็ดพิษ หลังพบผู้ป่วยทะลุ 1.2 หมื่นราย

ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการบริโภคเห็ดพิษอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ตั้งแต่ปี 2565 – 2569 พบผู้ป่วยจากการบริโภคเห็ดพิษ จำนวน 12,000 กว่าราย โดยพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญเกิดจากการจำแนกเห็ดผิดชนิด ดังนั้นกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พัฒนาแอปพลิเคชัน คัดแยกเห็ดขึ้น ภายใต้ชื่อ “คัดแยกเห็ดไทย” ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพื่อช่วยประชาชนคัดกรองและจำแนกชนิดเห็ดพิษและเห็ดรับประทานได้ในเบื้องต้น

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์