กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จับมือ ม.อ. วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบและสารสกัดจากพืชสมุนไพร

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
1,139
19 พฤษภาคม 2568
           วันนี้ (15 พฤษภาคม 2568) นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนามาตรฐานวัตถุดิบและสารสกัดจากพืชสมุนไพร ระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมี นายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เภสัชกรหญิงศิริวรรณ ชัยสมบูรณ์พันธ์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภศิลป์ มณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ฯ พร้อมด้วยผู้บริหารและนักวิชาการจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้อง 210 สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
            นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า พืชสมุนไพรนับเป็นมรดกทางภูมิปัญญาและทรัพยากรอันทรงคุณค่าของประเทศไทย การนำองค์ความรู้สมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจสำคัญในการวิจัยและพัฒนางานด้านสมุนไพรอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปลูกจนถึงการวิจัยทางคลินิก โดยมีสถาบันวิจัยสมุนไพร เป็นหน่วยงานหลักในการศึกษาวิจัยพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางห้องปฏิบัติการด้านสมุนไพร พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับภาครัฐและเอกชน มีภารกิจศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร จึงให้ความสำคัญพร้อมผลักดันพืชสมุนไพรไทยให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย
 
 
 
             ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในครั้งนี้ เป็นการผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงาน เพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เชื่อมั่นว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ก่อให้เกิดนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ ที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาด สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยและประเทศ และที่สำคัญคือการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน 
             ทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีวิสัยทัศน์ในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างนวัตกรรม และพัฒนาสังคม จากองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย ซึ่งคาดหวังให้กลายเป็นกลไกหลักในการพัฒนางานวิจัยของภาคใต้และประเทศ โดยหวังว่าการพัฒนามาตรฐานวัตถุดิบและสารสกัดจากพืชสมุนไพรนี้ จะสามารถส่งเสริมและสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากงานวิจัยพืชสมุนไพร ไปสู่การใช้ประโยชน์ทางด้านวิชาการ พัฒนาองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรได้มากขึ้น
             การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนนิมิตรหมายอันดีที่จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจของสองหน่วยงาน ที่จะร่วมกันผลักดันและพัฒนามาตรฐานวัตถุดิบและสารสกัดจากพืชสมุนไพร ให้มีศักยภาพและเป็นที่ยอมรับในวงกว้างอย่างแพร่หลายต่อไป

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์