“หมอสราวุฒิ” ผลักดันงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ 7 ด้าน เพื่อยกระดับสุขภาพประชาชนสู่การมีสุขภาพที่ดี พร้อมชู 3 โครงการมุ่งเน้น สนับสนุนนโยบาย Quick win กระทรวงสาธารณสุข

โดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์
2,511
6 ตุลาคม 2568


 

วันนี้ (3 ตุลาคม 2568) ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และโครงการมุ่งเน้น Quick Big Win แก่ผู้บริหาร บุคลากรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อยกระดับสุขภาพประชาชนสู่การมีสุขภาพที่ดี หลังเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 
ดร.นพ.สราวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมขับเคลื่อนและสนับสนุนนโยบายเร่งด่วนกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การนำของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องดำเนินการในช่วง 4 เดือน ให้บรรลุเป้าหมาย โดยเฉพาะการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชนสามารถดูแลตัวเองและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยมีโครงการมุ่งเน้น 3 เรื่อง ได้แก่ 1.เพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านมและรังไข่ 30% ภายใน 4 เดือน 2.เด็กไทยเกิดใหม่ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองกลุ่มโรคพันธุกรรมเมตาบอลิก (Inborn errors of metabolism, IEM) 100% โดยประสานความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาล หน่วยตรวจคัดกรอง และศูนย์การดูแลผู้ป่วยโรคหายาก เพื่อการตรวจคัดกรอง ยืนยัน วินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที 3.ลดค่า LAB 20% สร้างความมั่นคงเพื่อระบบสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดราคาอ้างอิงค่าตรวจวิเคราะห์ การดำเนินโครงการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างสมเหตุผล หรือ RLU โดยแต่ละปีกระทรวงสาธารณสุขใช้งบประมาณด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการประมาณ 15,000 ล้านบาท หากมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่เหมาะสมจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี 

 


ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีภารกิจที่พร้อมยกระดับสุขภาพประชาชนสู่การมีสุขภาพทีดี 7 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ 1.การแพทย์แม่นยำ โดยตรวจวินิจฉัยทำนายโรคเพื่อการรักษาเฉพาะบุคคล เช่น ตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม การตรวจธาลัสซีเมีย การตรวจยีนแพ้ยา การตรวจการกลายพันธุ์ของยีนก่อโรคมะเร็งเต้านมมะเร็งรังไข่ การตรวจยีนย่อยยารักษาวัณโรค การตรวจยีนในมะเร็งปอด และการตรวจการกลายพันธุ์ของยีนเพื่อทํานายความเสี่ยง 12 กลุ่มโรค 2.พัฒนาผลิตภัณฑ์ยาเพื่อการบําบัดรักษาขั้นสูง (ATMPs) 3.ตั้งศูนย์ทดสอบเครื่องมือแพทย์ระดับชาติ แบบครบวงจร 4.ยกระดับห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยทุกภูมิภาคให้ได้มาตรฐานระดับสากล และมาตรฐานระดับประเทศ 5.สนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารใหม่ 6.ยกระดับสมุนไพรไทยสู่ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพสากล ยกระดับผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและเครื่องสําอาง OTOP/SME ให้มีคุณภาพและความปลอดภัยด้วยกระบวนการทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมทั้งผลักดันสมุนไพรตามนโยบายคณะกรรมการสมุนไพรแห่งชาติ ได้แก่ ขมิ้นชัน ไพล ใบบัวบก กระชายดำ ฟ้าทะลายโจร ว่านหางจระเข้ ฯลฯ และ 7.ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างครบวงจร โดยดำเนินโครงการโรงแรมสะอาดด้วย 3C Clean bed, Clean air และ Clean food เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวประเทศไทย

***** 3 ตุลาคม 2568 *****

อัลบั้มรูป

ข่าวประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง

https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-202604111793775785162321256-8341.jpg
INFOGRAPHIC : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อ Listeria monocytogenes ในอาหาร

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-732911597.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้บริการตรวจเชื้อลิสเทอเรียในอาหาร เตือนเชื้อนี้เจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น แนะเก็บแยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้บริการตรวจวิเคราะห์เชื้อแบคทีเรีย Listeria monocytogenes ในอาหาร ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคที่สามารถเจริญเติบโตได้แม้อยู่ในตู้เย็น การแช่เย็นไม่สามารถยับยั้งเชื้อนี้ได้ทั้งหมด และอาจก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส (Listeriosis) โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ พร้อมแนะผู้บริโภคเลือกซื้อ ปรุง และเก็บรักษาอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ แยกอาหารดิบออกจากอาหารพร้อมบริโภค เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อก่อโรค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-415055800.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงอย่างถูกต้อง ห้ามนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงเกินจริง ย้ำใบรายงานผลทดสอบไม่ใช่ใบรับรองผลิตภัณฑ์

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะผู้ประกอบการนำรายงานผลการทดสอบไปใช้อ้างอิงและประชาสัมพันธ์อย่างถูกต้อง หลังพบการนำผลทดสอบไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ย้ำใบรายงานผลการทดสอบแต่ละฉบับรับรองผลเฉพาะตัวอย่างที่ได้รับเท่านั้น ไม่ใช่การรับรองผลิตภัณฑ์ ต้องไม่กล่าวอ้างเกินขอบเขตการทดสอบ หรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคุ้มครองผู้บริโภค

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-789496760.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ชู 5 นโยบายปี 2570 ยกระดับสุขภาพประชาชน ลดค่าใช้จ่ายระบบสาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มุ่งใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศ ผ่าน 5 นโยบายสำคัญในปีงบประมาณ 2570 ยกระดับการป้องกันโรคและคุณภาพบริการสุขภาพ ตั้งแต่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรองโรคแม่และเด็ก ไปจนถึงการจัดทำแนวทางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ทั้งการตรวจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และรังสีวินิจฉัยอย่างสมเหตุผล ตลอดจนสนับสนุนการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรด้านสุขภาพอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

อ่านต่อ expand_circle_right
https://www.dmsc.moph.go.th/upload/nw/pictures/pic-163174526.jpg
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมตรวจ “กาฬโรค” รู้ผลใน 24 ชั่วโมง ย้ำยึดหลักตามมาตรฐานความปลอดภัยชีวนิรภัยระดับ 3

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมและศักยภาพด้านความปลอดภัยทางชีวภาพระดับ 3 (Biosafety Level 3: BSL-3) รองรับการตรวจวินิจฉัยเชื้อก่อโรคกาฬโรคได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคของประเทศ ย้ำกาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มีความรุนแรง การเก็บและนำส่งตัวอย่าง รวมถึงการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องดำเนินการอย่างถูกต้องและปลอดภัย

อ่านต่อ expand_circle_right

แผนผังเว็บไซต์